3.13.2010

เรื่องของน้องไอ

หลังจากที่ไม่ได้เลือกโทสับมือถือด้วยตัวเองมานานแสนนานนนนน.....

นานเท่าไหร่น่ะเหรอคะ.......ก็ประมาณ 7 ปีที่แล้วอ่ะ......นานป่ะล่ะ ????

โทสับเครื่องล่าสุดที่ได้เลือกเอง และเสียเงินซื้่อด้วยตัวเองนั้น ซื้อตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ต่างแดนโน่นแน่ะค่ะ .......เครื่องที่อยากได้สุดๆ ในตอนโน้น คือ samsung P400 ที่สามารถหมุนหน้าจอได้เนี่ยแหละค่ะ

ตอนโน้น......ถือซัมซูงเครื่องนี้ เปรี้ยวปรี๊ดเลยนะ (แต่ตอนนี้เชยมั่กๆ อ่า ^^")........ราคาต่อเครื่องจำไม่ค่อยได้แล้วเท่าไหร่ แต่ต้องจ่ายเงินซือเพิ่มด้วยอ่ะ ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว ถ้าติดแพลนราคาสูงๆ หน่อย จะได้โทสับฟรี แต่สำหรับเครื่องนี้ ต้องซื้อเพิ่ม ทั้งๆ ราคาตามแพลนก็เยอะอยู่ ไม่แน่ใจว่า 40 หรือ 50 ปอนด์ต่อเดือนแน่ะ (แบบว่า ตอนโน้นความอยากได้ครอบงำ.....ตอนนี้มาคำนวณดู.....ก็พบว่า ตอนนั้นไม่น่าหาเรื่องเลยตรู T_T)

แล้วก็ใช้อยู่ซักสามเดือน.......หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นเครื่องใหม่ โดยใช้โปรแกรมที่มือถือเครื่องแรกหาย.....แล้วก็ไปเคลมได้เครื่องใหม่มา แต่ไม่ได้รุ่นเดิม (ทั้งๆ ที่อยากได้รุ่นเดิมมา) เพราะรุ่นเดิมไม่มีแล้ว......และเนื่องด้วย เราไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่อง (เพราะเพิ่งไปถึงใหม่ๆ ยังไม่ได้ register อะไรเลย) ประกอบกับเรียนหนัก (งั้นหรือ ???) ก็เลยต้องให้น้องที่มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องไปเคลมให้........แล้วเค้าก็เคลมมาให้เป็นเครื่องนี้ค่ะ......Sharp GX20


ตอนนี้เคลมมาเป็นเครื่องนี้......ไม่ชอบเลยอ่า......รู้สึกว่าไม่สวยไม่งาม.......แต่น้องบอกว่ารุ่นนี้สเปคดีสุด คุ้มสุด ดีกว่าอันเก่าเยอะมากๆ ด้วย......ซึ่งพอใช้ๆ ไปก็ชอบแฮะ.......ชอบมากๆ เลยด้วยล่ะ กล้องก็ถ่ายมาภาพชัด สีสวย แถมใช้ง่าย และทนแบบสุดๆ.......ยิ่งใช้ยิ่งชอบ......ชอบจริงๆ

ชอบถึงขนาดว่า พอกลับมาเมืองไทย ก็ยังเอาน้องชาร์ปมาใช้ที่นี่ด้วยค่ะ......แต่ด้วยความที่เป็นเครื่องของ vodaphone เลยเอามาใช้กับ network ไทยไม่ได้ ก็เลยต้องเสียค่าปลดล็อกอีก 7-800 บาทแน่ะ......เพราะเค้าบอกว่า ที่ไทยไม่มีคนใช้รุ่นนี้.....เค้าต้องไปซื้อโปรแกรมมาปลดล็อกให้เราโดยเฉพาะ......ซึ่งก็ต้องยอมอ่ะ (แต่ไม่รู้ว่าโดนหลอกอ่ะป่าวอ่ะดิ -*-)

ที่แย่กว่า คือ พอปลดล็อกได้เรียบร้อยรูปกะเบอร์โทสับเพื่อนๆ ที่โน่น เลยหายไปหมดเลย Y_Y

แล้วเราก็ใช้เครื่องนี้ต่อมาอีก 2 ปีได้ (คิดว่านะ.....จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ)......จากนั้นน้องชาร์ปก็ข้อพับหักไปข้างนึง.......แต่เราก็ทนใช้ (แม้ว่าจะมีคนด่ามากมายให้เปลี่ยนโทสับได้แล้ว) เพราะรักด้วย แล้วก็งกด้วย.......1 เดือนหลังจากนั้น น้องชาร์ปก็ถึงกาลอวสาน เพราะข้อต่อหักจริงจังอ่า......เลยต้องซื้อเครื่องใหม่......ตอนนั้น อยากซื้อ sony ericson มาก.....แต่ก็พอดีมีคนเอาเงินเราไปซื้อไอโมบายมาให้แทน......เลยไม่ได้ซื้อเครื่องที่อยากได้......แต่จะให้ซื้ออีกก็ใช่ที่นะ.....ชิมิ

แล้วก็ใช้เครื่องนั้นมาเรื่อยๆ ค่ะ......จนกระทั่งตาเหม่งซื้อโทสับใหม่......ก็เลยเอาน้อง lacer มาใช้อีกเครื่อง.......แล้วก็ใช้อยู่นานมั่กๆ.......จนกระทั่งโดนขโมยเป๋า มือถือเลยหายไป......เหลือแต่น้อง lacer......ซึ่งหลังๆ ก็เริ่มพิการ เราก็เลยเอาซัมซูงอีกเครื่องของตาเหม่งมาใช้ต่อ.......แล้วก็เลิกใช้น้อง lacer ไป......เหลือแต่ซัมซูง

ต่อมา.......ก็ได้รับ asus เป็นมรดกตกทอดมา.......ช่วงนี้เลยกลายเป็นเรากะตาเหม่งใช้โทสับเหมือนกันเด๊ะๆ......แล้วก็ใช้อยู่ไม่นาน......ก็โดนขโมยไปอีก.......เลยกลับมาใช้ซัมซูงเครื่องเดิมของตาเหม่งต่อ.......แล้วก็ใช้มาจนถึงปัจจุบันเนี่ยค่ะ.....นัยว่า ซัมซูงเป็นมือถือที่ทนมากๆ อ่า.......ใช้มารวมเราและตาเหม่งน่าจะเกือบๆ 5 ปีได้.....คุ้มเนอะ ^^

จะว่าไป......มันก็แอบเสื่อมนิดหน่อยค่ะ......เพราะเสียงก็เริ่มขาดหายบ้าง ปุ่มเริ่มกดลำบากบ้าง......แต่เราก็ใช้คงใช้อยู่.....เหตุผลก็คือ "งก" ไม่อยากเสียเงินซื้อของไฮเทคเป็นอันดับแรก......อีกอย่าง คือ ไม่มีมือถือรุ่นที่ถูกใจอ่ะค่ะ.......แบบว่า แอบเรื่องมากด้วยหง่ะ

จน BB ออกมา.......ก็ยังคงเฉยๆ เพราะเคยเห็น BB มาตั้งนานแล้วอ่า แต่เพิ่งมาบูมๆ ช่วงนี้เอง เลยไม่ค่อยสน รูปลักษณ์ก็ไม่ค่อยโดนใจ เพราะชอบแบบ touch screen มากกว่า......เลยไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่......แบบว่าจริงๆ อยากได้ iphone น่ะ แต่ติดที่ว่า dtac ยังไม่มีเครื่องศูนย์ เรายังไม่อยากเปลี่ยนค่าย......แล้วราคาก็นะ.......เปรี้ยวเกินไปหน่อย......เครื่องนึงได้เป๋างามๆ เลยอ่า......ก็เลยตัดอกตัดใจไม่ซื้อ ทั้งๆ ที่อยากได้ใจจะขาดดดด....... 5555

ทีนี้......พอ dtac ออก BB มา.......เราเห็นว่า ราคาโอเค แค่หมื่นนิดๆ เอง......พอทำใจได้ แถมอาจจะได้ราคาพนักงาน ก็คิดจะซื้อ........แต่ก็ยังรีๆ รอๆ อยู่ดี เพราะอย่างที่บอกว่า ไม่ค่อยชอบ .......จนตาเหม่งรำคาญก็เลยดำริว่าจะซื้อให้ เพราะสงสารเวทนาโทสับเราเหลือเกิน........แล้วก็สั่งไปแล้วด้วย......แต่ในที่สุด ก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเพื่อนตาเหม่งลืม cf ราคาพนักงานให้ เลยอดไป (_ _)

จากนั้น......เราก็เหมือนถอดใจเรื่องโทสับค่ะ.......ตัดใจจ่ายเงินซื้อโทสับช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน.....เฮ้อ !!!!

จนในที่สุด......ไปงานแต่งงานเพื่อนตาเหม่งเมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมา......เพื่อน (อีกคน) ก็เลยบอกว่า dtac จะออก iphone แล้วนะ......เราได้ยินก็หูผึ่งดึ๋งดั๋ง.......อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆ.......แล้วก็บอกจองให้เพื่อนซื้อราคาพนักงานให้ด้วย

ไม่กี่วันต่อมา....เราก็ได้ทราบข่าวจากน้องที่ทำงานว่า dtac ออกข่าวเรื่อง iphone แล้วจริงๆ.......แบบว่าจะเปิดขายวันที่ 13-14 มีนา ที่ Park Paragon.......เลยเปิดเวบอ่านข่าวดู.......พบว่า ถ้าไป 1000 คนแรก จะได้ voucher พันนึงด้วย......แต่ก็กะเอาไว้ว่า ยังไงก็คงไปไม่ทันพันคนแรกหรอก......แล้วนอกนั้น ก็คือ ได้ผ่อน 10 เดือนในงาน แต่ถ้านอกงานก็ได้ 6 เดือน....ซึ่งไม่ต่างกันอ่ะ.......เพราะงั้นก็คงไม่ได้ไปซื้อหรอก......การบ้านการเมืองก็ยิ่ง ฮึ่มๆ กันอยู่ด้วย

แต่.....ก็กะว่า.....ถ้าว่างจะไปเดินดูนะ......เผือๆ ได้เป็นพันคนแรก.......ได้เงินคืนมาซื้อของอีกตั้งพันแน่ะ......จิงมั้ย ฮี่ฮี่ ???

พอตาเหม่งรู้ว่าเราจะไป.......ก็เลยยอมตกลงรับทำงานที่สยามในวันนั้นซะเลย.......พี่แกว่า ไหนๆ ก็ต้องเข้าเมืองอยู่แล้ว.....ก็ออกมามันซะทีเดียวนี่แหละ

วันนี้เราก็เลยมาถึงสยามตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง.......เริ่มต้นตอนเช้าด้วยการหม่ำที่ HK Noodle คนละชาม.....เราหม่ำเกี๊ยวกุ้งจัมโบ้น้ำ......ส่วนตาเหม่งหม่ำบะหมี่เกี๊ยวกุ้งจัมโบ้......อิ่มอืดเรียบร้อย.......ตาเหม่งก็ไปทำงาน........ส่วนเราก็เดินเตร็ดเตร่ที่พารากอนไปเรื่อยๆ........ขาเดินไป ผ่านซุ้่ม dtac ด้วย.......เห็นซุ้มแล้วก็อึ้ง......ไอ้ Park Paragon มันอยู่กลางแจ้งหรือนี่ !!!!!

พอดีกับมีน้องๆ dtac ยืนอยู่เยอะ.......เลยไปสอบถามซะหน่อย.......ได้ความว่า ถ้ามาเป็น 100 คนแรก ได้ voucher 2000 แน่ะ.......ที่เหลือคือ คนที่ 101 ถึง 1000 จะได้คนละพันเดียว!!!!

ฟังแล้ว "ฮึกเหิม" มาก.......ชั้นมาถึงเช้าขนาดนี้......ถ้าชั้นเป็น 100 คนแรก......ได้คืน 2000 เลยนะเฟร้ยยยยย......ต้องเอาให้ได้ !!!!

หลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย ก็แค่บ่ายโมง.....เดินไปแถว Park Paragon อีกรอบ.......คราวนี้เค้าติดป้ายไว้ชัดเจนเลยว่า ให้รับบัตรคิวตอนบ่ายสาม แต่จะเปิดขายห้าโมง......แบบว่า ให้รอคิว 2 ชั่วโมงอ่ะ -*-

เราก็เลยเดินเตร็ดเตร่ต่อไป........จนบ่ายสองกว่าๆ ก็ไม่มีที่ไป เลยนั่งเล่นตรงใกล้ๆ Park Paragon ซะเลย......แบบว่า รอดูน่ะ......กะว่า ถ้าเค้าเปิดให้เข้าคิวตอนบ่ายสาม......ต้องมีคนมาต่อคิวก่อนแน่ๆ.......แล้วถ้าเค้าเริ่มต่อคิว เราก็จะไปต่อด้วย 555555

ในที่สุด......ที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นจริง.......บ่ายสองครึ่งคนก็เริ่มเดิมไปต่อคิวค่ะ........เราก็เลยรี่ไปต่อคิวด้วย.......ดูจากหัวคิวแล้ว......ถ้าไม่มีคนแซงคิวละก็.......เราอยู่ 1 ใน 100 อย่างแน่นอน......โฮะ โฮะ

ระหว่างที่อยู่ในคิว.......แดดแจ๋มากกกก ร้อนกันเปรี้ยงๆ เลย.......ก็ได้เวลาแสดงไมตรีจิตกะเพื่อนร่วมต่อคิวโดยการแบ่งใบปลิวเอาไว้กันแดดกัน......คิวข้างหน้าเรา เป็นแม่ลูกคู่นึงค่ะ.......คุณลูกอยากได้ แต่ต้องใช้ credit card ของคุณแม่......ก็เลยต้องลากคุณแม่มาต่อคิวด้วย......น่าสงสารจิง (_ _)

ส่วนคิวหลังเรา เป็นพี่อีกคนนึง.......คนนี้แบบว่า มีน้องชายทำตำแหน่งโตๆ ใน dtac ด้วยอ่า......แต่จองพนักงานไม่ทันเหมือนกัน.......พี่เค้าเลยต้องมาต่อคิวกลางแดดเหมือนกัน......ซึ่งพี่คนนี้แหละที่ทำให้เราต่อคิวแบบอารมณ์ดีมากๆ......เพราะแม้ว่าน้องๆ dtac จะรู้จักพี่เค้า......แต่ก็ไม่ลัดคิวให้นะคะ แค่เวียนมาคุยด้วยเรื่อยๆ แค่นั้นเอง......ทำให้เรารู้สึกว่า งานนี้ "แฟร์" ดีเหมือนกันอ่ะ ^^

ระหว่างที่เข้าคิวรอแบบแดดเปรี้ยงๆ.....ขอย้ำว่า "แดด เปรี้ยง เปรี้ยง" !!!!.......ตาเหม่งก็โทมาพอดี.......เลยบอกให้ตาเหม่งช่วยหยิบร่มที่รถมาให้ด้วย.......อืมมมม ต้องขอตัวช่วยนิดนึงค่ะ ^^

ซักสามโมง.......ทาง dtac คงทนเห็นคนรอคิวร้อนๆ ไม่ได้ เลยไปหอบร่มสนามมาวางๆ กันแดดให้หน่อยนึง......ค่อยยังช่วยค่ะ......แต่ก็ได้แป๊ปเดียว เพราะเค้าให้เดินเข้าข้างในแล้ว ซึ่งก็ต้องขยับไปเจอร้อนๆ อีกหง่า -*-

ทนร้อนได้อีกแป๊ป......ทาง dtac ก็ส่งร่มให้แบบ 2-3 คน ต่อคันน่ะค่ะ......ตอนนี้ก็เลยได้โอกาสใกล้ชิดผู้ร่วมชะตากรรมหน่อยนึง......คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย.......จวบจนตาเหม่งมาส่งร่มให้อันคัน พร้อมกับโค้กจาก DQ อีกแก้ว......เฮ้ออออ ค่อยยังชั่ว ^^

เราเองไม่อยากให้ตาเหม่งมาทนยืนเมื่อยๆ ร้อนๆ ด้วย เลยบอกให้ไปรอที่อืนก็ได้.......แต่ตาเหม่งก็แสนดีบอกว่าไม่เป็นไร จะยืนเป็นเพื่อน......น่ารักจริงๆ

เราเลยต้องขอคนข้างหลังว่า ให้ตาเหม่งเข้ามาในคิวหน่อย แค่มายืนเป็นเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้ซื้อค่ะ......เค้าก็ยิ้มรับเป็นอย่างดี.......เหตุที่ต้องบอก เพราะไม่อยากให้เค้าหงุดหงิด (หรือดีไม่ดีมาด่าเอาตรงๆ) ว่ามีคนมาแซงคิวอ่ะค่ะ.......ใจเค้าใจเราอ่ะเนอะ ^^

จากนั้นก็รอ.....รอ รอ รอ ไปเรื่อยๆ.........จนใกล้ๆ สี่โมง.........แถวก็เริ่มขยับค่ะ......กล่าวคือ เค้าให้เลื่อนไปอีกช่วงนี้แล้วนั่นเอง.......เย้ เย้

ตอนแรกๆ ก็ขยับไปจนใกล้ๆ ทางเข้าเลยค่ะ........แล้วเค้าก็ให้ร่นๆ แถวมายืนตามตัวเลขคิว.........แล้วเราก็พบว่า.......เรายืนอยู่ตรงคิวที่ "25" เลยค่ะ.......เจ๋งป่ะ อิอิ

แบบว่า ความพยายามเป็นผลมาก เพราะมายืนรอตั้งกะบ่ายสองครึ่ง เลยได้อยู่ใน 100 คนแรกชัวร์ๆ........สองพันอยู่ในมือแน่ๆ แร้นนนนนนนน......เฮ้ เฮ้

ตอนนี้......เริ่มรู้สึกดีมากๆ ค่ะ เพราะได้ยืนในร่มด้วย ลมพัดเย็นๆ ด้วย......แถมมั่นใจด้วยว่าไม่เกินร้อยคนชัวร์ๆ......ยิ้มได้แล้วอ่า ^^

ยืนรออีกซักแป๊ป ก็ได้ข่าวแว่วๆ ว่าเค้าจะเปิดจำหน่ายเร็วขึ้น ไม่ต้องรอถึงห้าโมงแล้ว.......แบบว่า จะเลื่อนเป็นสี่โมงเย็นอ่ะค่ะ......ดีใจมาก ถึงมากที่สุด เพราะยืนรอมาชั่วโมงครึ่งแล้วอ่ะ

ในที่สุด......ตอนสี่โมงนิดหน่อย เค้าก็เปิดให้เข้าไปได้ค่ะ........ตอนเข้า ก็ให้เข้าทีละคิวนะคะ อย่างเรากะตาเหม่งก็บอกเค้าว่า มาสองคนแต่ซื้อคนเดียวค่ะ.......แล้วเราก็ได้คิวเข้าไปค่ะ แต่ตอนนี้กลับได้คิวที่ 26 แทน.......เข้าใจว่ามีคนนึงคงซื้อ 2 เครื่อง โดยให้เพื่อนตามเข้ามาทีหลังค่ะ......แต่เราก็ไม่สนแล้วอ่ะนะ 25 หรือ 26 ก็เป็น 1 ในร้อยเหมือนกัน......แต่ถ้า 100 กะ 101 คงเครียดอ่ะ

จากนั้นก็เริ่มต้นลงทะเบียนว่าต้องการเครื่องแบบไหน สีอะไร จะใช้แพลนอะไรที่ละ 30 คิว.....พอเสร็จก็ไปจ่ายตังค์ค่ะ......อย่างเราเนี่ยใช้เบอร์เดิม เลยเสร็จส่วนการลงทะเบียนเร็ว......แต่เนื่องด้วยจะผ่อนชำระโดยใช้บัตร SCB.......ซึ่งพอใช้ก็ปรากฏว่า เครื่องไม่รับบัตร SCB อ่ะค่ะ เหมือนโปรแกรมมีปัญหาอะไรทำนองนั้น ก็เลยต้องรอ.......ซึ่งก็รอนานมากๆๆๆๆๆ อ่ะค่ะ......แต่เราอารมณ์ไม่เสียเท่าไหร่ เพราะเท่าที่เจอน้องๆ dtac น่ารักอ่ะ อารมณ์ดี ยิ้มให้ลูกค้าตลอด แล้วก็พยายามช่วยแก้ปัญหา คอยอัพเดตว่าเป็นไงมั่ง เหมือนกับว่าเค้าไม่ทิ้งเราน่ะ เลยไม่ปรี๊ดวี้ดบึ้ม ^^

จนสุดท้าย เค้าก็แก้ปัญหาโดยการขอให้เราจ่ายเต็มก่อน แล้วค่อยจะไปเคลียร์กะ SCB เองทีหลัง.......ซึ่งถ้าปกติแล้ว เราคงไม่อยากยอมอ่ะ เพราะไม่อยากต้องวิ่งไปตามเรื่องเอง แต่ด้วยความที่น้องๆ พี่ๆ เค้าดูแบบพยาย๊าม พยายาม เราก็เลยยอมๆ ก็ได้อ่า

แบบว่า......ส่วนนี้เอง แม้เราจะรับได้นะ แต่ก็อยากติง dtac เหมือนกันแหละว่างานต่อไปต้อง deal กะแบงก์ให้ดีกว่านี้อ่ะ ไม่งั้นคงวุ่นวายไม่รู้จบแน่ๆ

พอได้เครื่องเรียบร้อย......ก็ประมาณห้าโมงครึ่งแล้วค่ะ (อันนี้ไม่ได้ดูเวลาไว้ แต่ดูจากเวลาของ text ที่ dtac ส่งเข้าเครื่องว่ามีการเปลี่ยนแพลนไปใช้ iphone แล้วอ่ะค่ะ)......ก็เลยไปโซน activate เครื่อง แนะนำเครื่อง.......ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน เพราะเราฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่.......55555

จากนั้นก็เข้าไปโซนของ i-studio shop ที่เราสามารถเอา voucher 2000 ที่ได้มาไปซื้อของที่นี่......ซึ่งเราว่างานนี้ ที่นี่เป็นขั้นตอนที่แย่ที่สุดค่ะ.......เนื่องด้วย voucher กำหนดว่า ทุกคนจะต้องเอา voucher มาซื้อของที่นี่เท่านั้น และมีเวลาให้ใช้แค่วันนี้กะพรุ่งนี้ แค่สองวัน !!!

ซึ่งเราเข้ามาซื้อวันนี้แล้วอ่ะ......พรุ่งนี้เราคงไม่เข้ามาอีกรอบแล้ว.......จริงมั้ย ???

เพราะงั้น ทุกคนที่ได้เครื่องแล้ว ก็เลยต้องอัดยัดกันอยู่ในซุ้มเล็กๆ ที่ขายของเนี่ยค่ะ -*-

แล้วของแบบนี้ มันไม่ใช่ว่าคว้าแล้วได้เลยนะคะ......มันต้องเลือกแบบที่ต้องการอ่ะ.......ตอนเราไปถึง แทบไม่มีของเหลือแล้ว......ต้องรออีกแป๊ปถึงขนเข้ามาใหม่ แล้วก็ต้องแย่งกันเลือกอีก........คนเบียดกันสุดๆ

แต่ส่วนที่แย่สุดในสายตาเรา คือ คิวจ่ายเงินค่ะ......เพราะมันมีคิวเดียว !!!!!!

แถวรอจ่ายเงินนานมากกกก.......เรารอคิวพอๆ กับรอเข้ามาซื้อเครื่องเลยค่ะ......จะไม่ซื้อวันนี้ก็ไม่ได้อีก เพราะอย่างที่บอกว่า voucher ใช้ได้แค่ 2 วัน........แล้วพอได้จ่ายนะ ก็พบว่า ใช้ credit card ไม่ได้อีก ต้องใช้เงินสดเท่านั้น......เหตุที่รูดการ์ดไม่ได้ เพราะ wireless ล่มค่ะ - -"

ฟังแล้วก็......dtac เป็นเจ้าของเครือข่าย dtac เคลมว่าเนตเร็วสุด dtac เป็นเจ้าพ่อการสื่อสาร......แต่ wireless ล่ม !!!!!

ยังดีที่เราเลือกซื้อของแค่ สามพันนิดๆ (คือ กรอบ 1590 ติดฟิลม์ 690 คาร์ ชาร์จเจอร์ 790) หัก voucher ไปแล้วก็ต้องจ่ายแค่พันนิดหน่อย ซึ่งมีเงินสดพอ......ไม่งั้นคงไม่ได้ซื้ออ่ะค่ะ......ไอ้แบบที่อยากได้ของเพิ่มก็ไม่สามารถแล้ว เพราะเงินสดหมดแล้วอ่ะ......เซงมั่กๆ -*-

แล้วเรื่องจ่ายตังค์ ก็มีเรื่องเคืองอีก......เพราะเค้าเขียนไว้ว่า ของน่ะลด 10% เราเลือกของจ่ายเงินเรียบร้อยก็ปรากฎว่าไม่ลด ก็เลยถามเค้า เค้าบอกว่า ถ้าใช้ voucher ซื้อของชิ้นไหน ชิ้นนั้นไม่ลดแล้ว จะลดเฉพาะชิ้นที่ไม่ใช้ voucher......ซึ่งฟังแล้วก็ make sense อ่ะ เข้าใจได้ เพราะให้ voucher แล้ว ยังได้ส่วนลดอีกเหรอ.....เราก็เลยพยักหน้าหงึกหงักเดินออกมา

แต่ออกมาได้นิดเดียว......ก็นึกขึ้นได้ว่า มันมีชิ้นที่เราไม่ได้ใช้ voucher ด้วยนี่หว่า !!!!!

แล้วไหงเค้าไม่ลด 10% ของชิ้นนั้นให้เราล่ะ ??????

ก็เลยเดินเข้าไปถามค่ะ ได้ความว่า ต้องแยกใบเสร็จกัน !!!

ฟังแล้วก็เซงว่า อ้าว แล้วเป็นความผิดของเราเหรอ.....เค้าสิต้องทำให้เรา.....เลยถามว่า แล้วจะให้ทำไง เพราะเราต้องได้คืน 80 บาทอ่ะ (เอ่อออ......อย่าหาว่างกเลยนะ แต่มันเป็นสิทธิที่เราควรจะได้ แล้วแปดสิบบาทเนี่ย ได้ค่าจอดรถแล้วอ่ะ)......คุยไปคุยมา......น้องคนนึงเลยตัดปัญหา.......เอาเงินเค้ามาให้เราร้อยนึงแทน !!!!

เหมือนดูถูกเรานะเนี่ย.....แอบเซงเหมือนกัน -*-

แต่ก็นะ พอเข้าใจได้ว่าเค้าอยากให้เรื่องจบ เพราะแค่นี้เรื่องก็ยุ่งมากแล้ว......เราเองก็เหนื่อยมากแล้วเหมือนกัน......อยากให้เสร็จๆ จะได้กลับบ้านซะที เพราะตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้วอ่ะ.......อยู่ตรงนี้มา 5 ชั่วโมงแล้วนะ Y_Y

เราเข้าใจว่า คนปกติคงไม่เอาเงินตรงนั้น......แต่เราเอาน่ะ เราถือว่าเป็นสิทธิของเราที่ควรจะได้อ่ะ......แล้วก็ถ้าคิดว่าจะตัดปัญหาแบบนี้แล้ว โดยการจ่ายเงินตัวเองแทนก็เอา เราก็เลยหยิบแบงก์ร้อยมา แล้วก็ทอนกลับไปเรียบร้อย !!!!!

เสร็จสิ้นภารกิจกับน้องไอซะที.......ขาออกมา......เจอเพื่อนตาเหม่งด้วย.......เค้าบอกว่า เค้าได้คิวที่สองร้อยกว่า แต่ว่ามาตอนบ่ายสามอ่ะ.......พอได้ยินก็รู้สึกดีนิดนึงว่า เรามาก่อนเค้าแค่ครึ่ง ชม แต่ได้เพิ่มอีกพัน ก็พอโอเคนะ แถมก็เสร็จพอๆ กัน ซึ่งจริงๆ เราควรจะเสร็จก่อนนานแล้ว ถ้าไม่ติดเรื่องบัตรอ่ะ

ในที่สุด.......ก็ได้น้องไอมาเชยชมแล้ว.......เป็นโทสับที่ได้เลือกเอง จ่ายตังค์เองในรอบ 7 ปีเลยทีเดียว

งานนี้......เหนื่อยหน่อย แต่ก็คุ้มค่ะ.......ได้โทสับที่อยากได้ ในราคาโอเค (เหมือนได้ลด 2000 น่ะ เพราะยังไงๆ เราก็ต้องซื้อกรอบกะติดฟิลม์อยู่แล้ว) แถมได้ผ่อน 0% อีกตังหาก

สิ่งที่ประทับใจสุดในงานนี้ คือ พนักงานของ dtac ค่ะ.......ไม่รู้ว่าเป็นพนักงานจริงๆ หรือไป outsource มานะ......แต่ดู willing กันสุดๆ.......ส่วนที่เซงสุด ก็คือ counter จ่ายเงินของ i-studio เนี่ยแหละค่ะ......รอนานเกิ๊นนนนนน !!!!

ผึ้งขา........ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ ที่ไปยืนรอเป็นเพื่อน ที่หาน้ำให้ดื่ม หาขนมให้กิน ที่ช่วยต่อคิวให้ตอนเค้าเมื่อย แล้วก็ช่วยเลือก ช่วยดูโน่นนี่นั่น แล้วยังพาไปหม่ำโจ๊กต่ออีก......ที่สำคัญคือ ขอบคุณมากๆ ที่ไม่หงุดหงิดเลย......เค้่ารักอ้วนน้า.....จุ๊บ จุ๊บ