พอบอกไปปุ๊ป ตาเหม่งก็จัดให้ปั๊บ......บอกว่า ไปดูเย็นนี้เลยก็แล้วกัน......เย้ เย้
ที่น่ารักคือ นอกจากตาเหม่งจะเอ่ยปากให้ไปดูวันนี้แล้ว.......ก็ยังเข้าเวบดูรอบหนังมาให้ด้วย.........ฝาชีใครเนี่ย น่ารักที่ซู้ดดดด ^^
พอเห็นตาเหม่งตั้งใจจะพาไปจริงๆ เราก็เลยจัดการดูรอบหนังจากเวบอีกรอบ แล้วก็โทไปจองตั๋วไว้เลย....แบบว่า ต่างคนต่างช่วยกันไง ^^
เปรียบเทียบ ราคา ที่นั่ง ระยะทาง และรอบหนังแล้ว......เราก็ตกลงใจที่จะดูที่ "เอสพลานาด" ค่ะ เพราะได้รอบสองทุ่ม ที่นั่ง D9-D10 (แบบว่าตรงกลางจอเลย) แล้วก็ราคาแค่ 120 บาท (ไม่น่าเชื่อเลย คราวก่อนโน้น จำได้ว่าดูหนังที่เอสพลานาดเนี่ย แพงมากกก เกือบสองร้อยได้ แต่วันนี้ได้ราคานี้ โอเคเลยอ่ะ)
อ้อ เรื่องที่ดูคือ "มู่หลาน" ตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ

ไปถึงตอนทุ่มนึง.......หลังจากรับตั๋วเรียบร้อย ก็หาอะไรง่ายๆ ทานกันก่อนเข้าโรง......คราวก่อนโน้น ตอนดู AVATAR ที่นี่ เลือกทานโอโตยะ เลยต้องรีบทาน.......วันนี้ของ่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องรีบดีกว่า ประกอบกับว่า เราอยากหม่ำอะไรน้ำๆ ร้อนๆ ก็เลยมุ่งหน้าไปที่ฮะจิบัง บะหมี่เลข 8 ค่ะ
หม่ำคนละถ้วย เพราะโคโรเกะอีก 4 ชิ้น......อิ่มกำลังสบาย แถมยังเหลือเวลาให้ช้อบอีกนิดหน่อย เราเลยเข้า Tops ไปโฉบๆ ดูนั่นนี่ แล้วก็ได้ครีมเปลี่ยนสีผมมา.....จากนั้น เดินไปชั้นบน ก็ได้มาสคาร่ามาอีกแท่ง.......เสียทรัพย์เรียบร้อย ก็ได้เวลาเข้าโรงหนังพอดิบพอดีค่ะ
วันนี้อ้อนตาเหม่งให้ซื้อป๊อบคอร์น แต่ตาเหม่งไม่ยอมค่ะ บอกว่าหม่ำบ่อยไปแล้ว......อ้อนยังไงก็ไม่ให้ เลยอดเลย (_ _)
พอได้เข้าโรงหนังเร็ว ก็เลยได้ดูตัวอย่างหนังหลายเรื่อง น่าสนใจเพียบเลยค่ะ
หนังเปิดตัวด้วยภาพตอนฮัวมู่หลานยังเป็นสาวงาม แสนฉลาด วรยุทธยอมเยี่ยม กำลังดูแลป๊ะป๋าอยู่ค่ะ เพราะป๊ะป๋าของมู่หลานไม่สบายอยู่......แล้วก็บังเอิญว่าตอนนั้นเมืองจีนถูกรุกรานโดนชนเผ่านึงที่ออกแนวปล้นสะดม ก็เลยจะเกณฑ์ทหารไปออกรบ โดยให้แต่ละบ้านส่งผู้ชายออกมาบ้านละคน.....ซึ่งบ้านของมู่หลานอยู่ด้วยกันแต่สองคนพ่อลูก......เพราะงั้นพ่อก็เลยต้องไป
แล้วทีนี้พ่อเองก็พอรู้อยู่ว่า ตัวเองป่วย แล้วคงจะไม่รอดกลับจากสงครามแน่ๆ (อันนี้เราเดาเองนะ) เพราะสังเกตจากว่า พ่อบอกที่ซ่อนของเงินให้มู่หลานทราบด้วยอ่ะค่ะ.....ในที่สุด มู่หลานก็เลยหนีออกจากบ้านไปตอนเช้า โดยเอาเกราะและอาวุธของพ่อไปด้วย เพื่อไปรบแทนพ่อนั่นเอง
ตอนที่มู่หลานไปรายงานตัวนั้น ก็ได้พบกันน้องชายกึ่งญาติของเธอที่เธอเคยดูแลปกป้องมาตั้งแต่เด็กๆ มาร่วมรบด้วย....น้องชายก็ทราบว่ามู่หลานเป็นหญิง แต่ก็ตกลงกันว่าจะปิดเป็นความลับ
จนวันนึงก็มีนักเลงในค่ายเข้ามารังแกเพื่อนทหารด้วยกัน มู่หลานเลยจัดการปราบทหารนักเลงคนนั้น จนเป็นที่สนใจของ "เหวิ่นไท่" แล้วสองคนนี้ก็เริ่มสนิทกันค่ะ แต่เหวิ่นไท่ยังไม่รู้นะคะว่ามู่หลานเป็นหญิง จนมีอยู่คืนนึงที่มู่หลานอยากออกไปแช่น้ำร้อน แล้วก็ได้เจอเหวิ่นไท่ที่นั่น พอได้ประมือกันเหวิ่นไท่ก็ทราบว่าคนๆ นั้นเป็นหญิง แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร........จนกระทั่งตอนเช้าทหารนักเลง (ที่มีลุงเป็นแม่ทัพ) เข้ามาขอค้นตัวทหารทั้งกอง เพราะหยกของเค้าหาย (จริงๆ ไม่ได้หายหรอกค่ะ เค้าทำหล่น แล้วน้องชายมู่หลานเลยเขี่ยตกทะเลไปเลย).....มู่หลานเห็นจวนตัวว่าต้องถอดเสื้อแล้วคนต้องจับได้แน่ๆ ก็เลยสมยอมว่าตัวเองเป็นคนเอาหยกไป
ในระหว่างที่จะโดนจับไปขังคุกเพื่อรอประหารนั้น เหวิ่นไท่ได้เห็นแผลที่มือของมุ่หลานพอดี ก็จำได้ว่าหญิงที่เจอที่น้ำร้อนก็มีแผลแบบนี้ เลยรู้ว่าจริงๆ แล้วมู่หลานเป็นหญิง.....แล้วก็พอดิบพอดีที่มีช่วงชุลมุนว่ามีข้าศึกบุก เหวิ่นไท่เลยมาปล่อยให้มู่หลานหนีไป......แต่พอมู่หลานเห็นว่าโดนโจมตี ก็เลยออกไปรบด้วย แล้วก็ได้โอกาสฆ่าแม่ทัพของข้าศึกซะเลย
และในศึกครั้งนี้ (ถ้าจำไม่ผิด เพราะมีศึกหลายรอบค่ะ) แม่ทัพของฝั่งจีนก็ตายด้วย เหวิ่นไท่ก็เลยได้รับการโปรโมทเป็นแม่ทัพแทน โดยมีมู่หลานเป็นรองแม่ทัพ......หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กรำศึกมาด้วยกันหลายหน แล้วก็ได้รับชัยชนะตลอด
จนครั้งนึง......เหวิ่นไท่กะมู่หลานก็แยกกันไปตีคนละด้าน......มู่หลานชนะแล้ว แต่มีทหารมาบอกว่าฝั่งเหวิ่นไท่กำลังจะแย่ ด้วยความเป็นห่วงเหวิ่นไท่ มู่หลานก็เลยแบ่งคนส่วนนึงไปช่วยเหวิ่นไท้ แล้วเหลือคนอีกส่วนนึงไว้เฝ้าเสบียง.....ซึ่งพอไปถึงก็เหมือนข้าศึกถอยร่นออกไป......เหวิ่นไท่เลยรู้ว่าโดนหลอกแน่ๆ แล้วก็เป็นจริงๆ เพราะคนส่วนที่เฝ้าเสบียงถูกข้าศึกตียับ แถมยังโดนปล้นเสบียงไปหมดอีก.....ตอนนี้เองที่เหวิ่นไท่ดุมู่หลานว่า ใจร้อนจนทำให้เสียคน เสียทรัพย์
เราดูตอนนี้ก็สงสารมู่หลานนะ.....แบบว่า ก็คนมันห่วงนี่หว่า....แต่มู่หลานก็บอกไปแหละว่าเป็นห่วง แล้วก็ถามเหวิ่นไท่ด้วยว่า ถ้ามู่หลานโดนตีแบบนี้ เหวิ่นไท่จะมาช่วยมั้ย......ซึ่งเหวิ่นไท่บอกว่า เค้าไม่มาช่วยอย่างแน่นอน เพราะชาติต้องมาก่อน
อื่มมม.....ฟังแล้ว (เรา) กระอักมากกกก !!!
ไม่รู้นะ ไม่ใช่ว่าไม่รักชาติ......แต่เราว่า คนที่มารบคือคนที่โดนสั่งมาอ่ะ พวกที่อยากรบไม่เห็นมารบเองซะหน่อย ส่งคนอื่นมาตายแทนน่ะ (แบบว่า โดยส่วนตัวเป็นคนแอนตี้สงครามค่ะ)
หลังจากนั้น มู่หลานก็ซึมกะถือ.....เหวิ่นไท่เลยบอกให้มู่หลานพักชั่วคราว เดี๋ยวเค้าออกไปรบคนเดียวรอบนี้.......แล้วก็ปรากฎว่า ตอนที่รบเสร็จ น้องชายของมู่หลานเอาป้ายชื่อของเหวิ่นไท่มาให้ แล้วก็บอกว่าเหวิ่นไท่ตาย......คราวนี้มู่หลานยิ่งจ๋อยไปกันใหญ่ ไม่ยอมซ้อมรบ ไม่สนใจกองทัพ ไม่ทำอะไรเลย จนกระทั่งน้องชายของมู่หลานมาเตือนสติ ชีก็เลยจับดาบรบใหม่ และในครั้งนี้ ชีรบคนเดียวโดยไม่มีเหวิ่นไท่ แล้วชีก็ขนะศึกตลอดด้วย
พอชีชนะศึกเยอะๆ ก็เป็นที่รู้จัก แต่เหมือนเสนาบดีจะหมั่นไส้ค่ะ เพราะงั้น พอจะมีการรบอีกครั้ง มู่หลานก็บอกเสนาบดีถึงแผนการรบว่า จะทำเป็นแพ้ไปจำนนตรงหุบเขา และขอให้เสนาบดีเตรียมกองทัพ กะเสบียงไว้ช่วย.....แต่สุดท้าย เสนาบดีก็ไม่มาช่วย แบบหักหลังกันนั่นละ......แล้ว (ถ้าจำไม่ผิด) ตอนนี้อยู่ดีๆ เหวิ่นไท่ก็เปิดเผยตัวว่าตัวเองยังไม่ตาย (แบบว่า ให้น้องชายมู่หลานหลอกมู่หลานว่าตัวเองตาย เพื่อที่มู่หลานจะได้มีกำลังใจรบ....ถามหน่อยเพื่ออะไร ???)......แล้วมาช่วยมู่หลาน.....มู่หลานดีใจมาก แต่เราอึ้ง !!!
เอ่อออ......แมนมากเลย เพราะมู่หลานรบคนเดียวมาหลายปีเนี่ย ไม่มีออกมาช่วย ไม่มีทำอะไร.....(ในความรู้สึกของเรา) เหวิ่นไท่ใจดำค่อดๆ
นอกจากนี้ เหวิ่นไท่ก็ยังเปิดเผยตัวอีกว่า จริงๆ แล้ว เค้าเป็นองค์ชาย !!!!
แล้วก็บอกให้ข้าศึกเอาตัวเค้าไปเพื่อแลกกับการปล่อยทหาร 7000 คนของเค้า
อื่มมมม......เหมือนเท่ห์นะ แต่ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งนานแสนนานมาแล้วล่ะ......ไม่เข้าใจ
ตัวเองเป็นองค์ชาย แต่ปล่อยให้หญิงรบเนี่ยนะ แถมรบก็เพื่อประเทศจีนที่พ่อตัวเองปกครองอยู่อีก.......แมนสุดๆ ไปเลย เหอ เหอ
ทีนี้......ด้วยความรัก.....มู่หลานเก๊าะเลย ตามไปช่วยเหวิ่นไท่ แล้วก็ฆ่าท่านอ๋องของฝ่ายตรงข้ามตาย.....แต่ทีนี้ มู่หลานก็คิดว่า การแก้ปัญหาไม่ให้มีการรบกันต่อไปเนี่ย สองแผ่นดินควรจะดองกัน ก็เลยจัดการให้องค์หญิงของข้าศึกมาแต่งงานกับองค์ชายซะ......ซึ่งฮ่องเต้ก็เห็นด้วยอ่า
จากนั้น มู่หลานก็กลับไปบ้านเกิดเพราะบอกฮ่องเต้ไปว่าตัวเองเป็นหญิงไม่อยากรับตำแหน่งอะไร แล้วก็อยากไปดูแลพ่อ เพราะทิ้งพ่อมา 12 ปีแล้ว !!!
คิดดูดิว่าเหวิ่นไท่ให้มู่หลานรบคนเดียวมากี่ปี......ใจดำค่อดๆ อ่ะ -*-
พอมู่หลานกลับบ้านเจอพ่อเรียบร้อย พยายามลืมเหวิ่นไท่ เพราะรักแผ่นดินไง......อีตาเหวิ่นไท่ก็มาหาที่บ้าน บอกทำนองว่ารัก บอกว่า ให้หนีไปด้วยกัน
น่านนนนน......เห็นแก่ตัวมั้ยละ ????
แต่มู่หลานใจเด็ดมาก.....บอกเหวิ่นไท่ไปว่า เค้าเองให้นึกถึงชาติมากกว่าตัวเอง แล้วทำไมทำแบบนี้ ให้กลับไปเถอะ
เย้ เย้......ชอบมั่กๆ คนแบบนี้ต้องโดนเอาคืนอ่า ^^
พอเหวิ่นไท่ได้ยินแบบนั้น.....ก็ทำเท่ห์มาก.......กอดมู่หลานเข้าไปหนึ่งป้าบ......แล้วบอกว่า ขอให้เจ้าก็ลืมเราซะเถอะ !!!!
ฟังแล้วก็.....เฮ้ยยยยย......มู่หลานสิต้องเป็นคนบอกคำนี้......เหวิ่นไท่มาแย่งซีนมู่หลานได้ไง ????
จากนั้นเหวิ่นไท่ก็จากไป.......เหลือมู่หลานยืนยามอยู่เพียงเดียวดาย......เป็นอันจบเรื่อง
ดูจนจบถามว่าชอบมั้ย......เราว่าก็โอเคนะ มีฉากซึ้งๆ โดนๆ หลายฉาก.....ดำเนินเรื่องก็กระชับดี (แต่บางทีดูกระชับไปนิด).......โดยรวมๆ ก็ชอบอยู่......ติดอยู่แต่ไอ้ตรงที่ไม่เข้าใจเหวิ่นไท่เนี่ยละ ที่รู้จักว่าคนอาไร๊ ใจร้ายชะมัด มู่หลานรักเข้าไปได้ไงเนี่ย ไม่เห็นทำอะไรให้ซักเท่าไหร่เล้ยยยยย !!!!
ส่วนตาเหม่งนั้น พอเห็นเราเคืองๆ ก็บอกว่า อย่าคิดมาก มันคือหนัง.....โฮะ โฮะ.....ตาเหม่งก็คิดได้ซี้ เพราะตอนจบเรื่อง ตาเหม่งบอกคำเดียวว่า "นางเอกสวยจัง ชอบบบ"......ฟังแล้วก็ เอ๊ะ มันยังไงกันนี่ - -"
ตกลงคือชอบนางเอกใช่มั้ย.....มิน่านั่งดูตาเป็นประกายเชียว -*-
แต่......ก็ยืนยันว่าชอบนางเอกเหมือนกันแหละค่ะ เค้าน่ารักจริงๆ......แปลกใจแค่ว่า นางเอกก็ออกจะดูบอบบางเชียว ทำไม๊ ทำไม ทหารทั้งกองจับไม่ได้หว่าว่าเป็นหญิง......แต่ก็นั่นแหละเนอะ มู่หลานตัวจริงอาจจะไม่บอบบางแบบนี้ก็ได้อ่ะ......เราก็ไม่เคยเห็นซะด้วย ^^
9 comments:
เคยดูภาคการ์ตูน น่ารักดีคะ
พี่อ้อชอบมากมาย โดยเฉพาะเพลง
ชอบมู่หลานมากเลยค่ะ
แต่เคยดูแต่ตอนเป็นการ์ตูนเหมือนกัน
อ่านเรื่องย่อโดยคุณกี้แล้ว ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้เหมือนกันนะเนี่ย
แต่จำทางไปโรงหนังไม่ได้แล้วค่ะ ไม่ได้ไปนานมากกกก U_U
อัพเรื่องหนังเหมือนกานเรย
^___^
พี่กี้ขา
เล่าแบบนี้หนูคงไม่ต้องไปหามาดูแล้วมั้ง
เป็นคนที่เก็บรายละเอียดได้ยอดเยี่ยมจริงๆ
ยังตามมาชื่นชมนางเอกว่า น่ารักมากๆ เรย .. ชอบอ่ะ
จำเนื้อเรื่องตอนเป็นการ์ตูนไม่ค่อยได้ เลยไม่แน่ใจว่าดำเนินเรื่องเหมือนกันมั้ย
แต่โดยรวม ถูกใจทั้งสองภาค ^__^
พี่กี้ขา
วันนี้ไม่เห็นออนไลน์
อยากคุยด้วยคิดถึงค่า
นั่งเลคเชอร์มาแน่ๆ (ไม่ได้ดูหนังชิมิ)
นั่งเลคเชอร์มาแน่ๆ (ไม่ได้ดูหนังชิมิ)
เค้าอดดูเรยอ่ะเตรง...
Post a Comment