มะคืนเลยเป็นคืนแรก ที่ตาเหม่งต้องเข้านอนโดยไม่มีทีวี หรือ อีกนัยนึงคือ ไม่มีเสียงทีวี เพราะคืนก่อนนั้นแม้ภาพจะเบลอ แต่เสียงยังใช้ได้อยู่ค่ะ ^^"
แล้วก็อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละค่ะ ว่าตาเหม่งเป็นคนที่ไม่สามารถนอนเงียบๆ ได้........คืนนี้ คืนที่ไม่มีทีวีเนี่ย ต้องมีปัญหาแน่ๆ !!!!
ตกดึก......ตาเหม่งนั่งเล่นเกม เราคุย msn กะเพื่อนๆ แล้วก็อัพบล็อกไปด้วย ซักพักก็คุยโทสับ แล้วก็กลับมาเล่น msn อีก........จนเที่ยงคืนกว่าๆ ตาเหม่งก็โวยวายบอกให้เข้านอนพร้อมๆ กันได้แล้ว.......ก็เลยกล่าวอำลาเพื่อนๆ แล้วก็เตรียมตัวเข้านอนตามปกติ ^^
เหตุมันเกิดตอนเข้านอนนี่แหละค่ะ.......เพราะพอล้มตัวลงนอนแล้ว เราก็พร้อมหลับ......ส่วนตาเหม่งนั้น เมื่อไม่มีเสียงทีวีคอยกล่อมพี่แกก็พร้อมที่จะไม่หลับค่ะ !!!!
แล้วพอพี่แกนอนไม่หลับเนี่ย........ความ “ซวย” ก็จะตกอยู่กับเราที่นอนอยู่ข้างๆ.......แรกๆ พี่แกก็คอยเรียกเราเรื่อยๆ แบบว่า ไม่ยอมให้เราหลับก่อนน่ะ........พี่แกบอกว่า ผึ้งไม่อยากหลับเป็นคนสุดท้ายนี่.......แหม ฟังแล้ว อยากจะบอกว่า จริงๆ อาจจะมีอะไรอยู่ใกล้ๆ (คือ คุณผี) แบบยังไม่นอนก็ได้นะ จะชวนมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้.......แต่ก็กลัวพูดไปแล้ว พี่แกจะหวาดกลัว นอนไม่หลับมากไปกว่าเดิม เลยปิดปากเงียบๆ ไว้.......แล้วก็คุยกะตาเหม่งไปเรื่อยๆ อ่ะ แบบว่า ไม่ให้นอน ก็ไม่นอนละกัน.......เฮ้ออออ (_ _)
พอชวนคุย.......ตาเหม่งก็โวยวายอีก บอกว่า ไม่เอาไม่คุย จะนอนอ่ะ.......เอ๋า......อะไรของไอ่หัวเหม่งฟะ ?!?!?!?
อ่ะ.......ไม่คุยก็ไม่คุย........งั้นนอนละกัน
พอนอน.......คราวนี้ตาเหม่งมาจับมือเราไว้เลยค่ะ.......แบบว่า พอเห็นเรานิ่งๆ เงียบๆ ทำท่าจะหลับ......พี่แกก็เขย่าๆ มือปลุกเล้ยยยยย !!!!!
แบบว่า ไม่ให้นอนอ่ะค่ะ......ถ้าแกหลับ ชั้นจะปลุกอะไรทำนองนั้น.......โอ๊ยยยย ทรมานมาก คนจะนอน ไม่ให้นอนเนี่ย (_*_)
เราก็พยายามจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้นะคะ แต่ไม่ไหวค่ะ......ตาเหม่งเขย่าตลอด !!!!
ทีนี้ พี่แกบอกจุดประสงค์เลยค่ะ ว่ากี้อย่าเพิ่งนอนสิ ผึ้งนอนไม่หลับ.........แล้วก็บอกว่า กี้พูดสิ พูดไปเรื่อยๆ
เราก็เลยชวนตาเหม่งคุยอีกรอบ........พอชวนคุย......ตาเหม่งก็บอกอีกว่า อย่าชวนคุย !!!
เอ๊ะ.......จะเอายังไงกันแน่ ??!?!?!?
ตาเหม่งก็เลยบอกตรงๆ ค่ะ ว่าอย่าชวนคุย เพราะเค้าอยากนอน ไม่อยากคุย แต่ให้เราพูดไปเรื่อยๆ เค้าจะได้ฟังจนเคลิ้มหลับไป
แบบว่า.......จะให้เราทำตัวเหมือน “วิทยุ” นั่นเอง (_ _)
จะบ้าเหรอ.......ใครจะพูดคนเดียวไปได้เรื่อยๆ.......ไม่ใช่ดีเจนะเฟ้ยยยย !!!!
พอทราบความต้องการที่แน่ชัดของตาเหม่งแล้ว.......เราเลยจัดการ “สั่ง” ให้ตาเหม่งไปเอาโทสับมาวางไว้ข้างๆ หมอน แล้วฟังเพลงในโทสับตัวเองไปแทนค่ะ.......เฮ้ออออ (_ _)
พอตาเหม่งได้ฟังเพลง ก็ลั้นลา เลยเลิกยุ่งกับเราค่ะ เลิกเขย่ามือ เลิกปลุก........เราเองก็ได้หลับซะที แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เราหลับก่อนหรือตาเหม่งหลับไปก่อนอ่ะค่ะ
เพราะฉะนั้น.......ที่ตาเหม่งทำปากดีไว้ใน comment หน้าที่แล้วว่า..... “เมื่อมีแต่ความเงียบในห้อง ตอนดึกๆ จะทำอะไรให้หายเงียบดีน้อ ... ฮิ้วววว (^_^)”......จนทำให้เพื่อนๆ ทั้งหลายสงสัยและสยิวกิ้วว่าตาเหม่งจะทำอะไรนั้น.......ความจริงก็เป็นอย่างที่เล่าข้างต้นแหละค่ะ......พี่แกทำเป็นปากดีไปงั้นเอง........ไม่ได้ทำอะไรเลย เอาแต่ปลุกเรา เพราะนอนไม่หลับเท่านั้นค่ะ ^^
ส่วนคืนนี้........คาดว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบมะคืนแล้วค่ะ เพราะทีวีที่ได้ถูกส่งไปซ่อมทั้งสองเครื่องมะวานนั้น ได้กลับมาแล้วในวันนี้
เครื่องใหญ่นั้น อาการไม่สาหัส ได้ยินจากน้องชายแว่วๆ ว่ามีอะไรไหม้ซักอย่างนึง ทำให้ไฟไม่เข้า แล้วก็ช็อตลามปามทำให้อะไรอีกอย่างเจ๊งกะบ๊งไปด้วย......เลยต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่กัน........การซ่อมไม่ยาก สนนราคาค่าซ่อม 800 บาทเท่านั้น........ส่วนเครื่องเล็ก อาการแย่กว่ามาก.......ค่าซ่อมราวพันนิดๆ เลยให้ยกกลับมาก่อน ไม่ซ่อมอ่ะ.......เอาไว้ก่อนละกัน
ก่อนยกเครื่องเล็กกลับมา แม่โทรมาถามว่าจะขายทิ้งเลยมั้ย........บอกแม่ไปว่า ไม่ขายอ่ะ ไม่เป็นไร เอามาเก็บไว้ก่อนแหละ........พอแม่กลับมาบ้าน เลยบอกให้ฟังว่า ถ้าขายทิ้ง เค้าให้ราคา 100 บาท !!!!
โอ้แม่เจ้า ดีนะที่ไม่ได้บอกว่า ให้ขายไปเลย ^^"
ก็ทีวีเครื่องเล็กน่ะ แม้จะแค่ 14 นิ้ว แต่ขอบอกว่า ตอนซื้อราคาเท่า 21 นิ้วเลยนะคะ ที่เลือกเครื่องเล็กเพราะตอนนั้นเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก......อยู่ห้องคนเดียว ไม่อยากใช้ทีวีใหญ่ๆ ให้แน่นห้อง.......เลยเลือกเป็น 14 นิ้วละกัน เป็นคนไม่ติดทีวีเลยอ่ะ......มาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหญ่ เพราะตาเหม่งมาอยู่ด้วย แล้วหม่ามี๊บังคับให้ใช้เครื่องใหญ่แทน.......ก็เลยได้ยกเครื่องเล็กเข้าไปเก็บ.......และถึงจะเป็น 14 นิ้ว แต่ตีราคา 100 บาทเนี่ย มันเกินไปนะเนี่ย......เสียใจ Y_Y
ตอนนี้ทีวีเครื่องใหญ่ที่ส่งไปซ่อมกลับมาอยู่ในซวยโซนแล้วค่ะ.......คาดว่า ทีวีคงไม่เจ๊งแล้วละมั้ง........แต่ถึงเจ๊งก็ขอให้เป็นภายใน 3 เดือนละกัน เพราะเค้ารับประกัน 3 เดือน......หุหุ
ส่วนห้องเรานั้น........เรายังคงยืนยันว่าเป็น “ซวยโซน” อยู่ค่ะ........เพราะเมื่อตอนเย็นย่ำ เราเปิดตู้เสื้อผ้า หากุงเกง (ที่ตาเหม่งหาไม่เจอ) ให้ตาเหม่ง........แล้วก็เลยถือโอกาสพับเสื้อผ้าให้ตาเหม่งด้วย.......ซึ่งปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร........แต่วันนี้ คงเป็นเพราะเรานั่งใน “ซวยโซน” ละมั้ง.......นั่งกะพื้นปุ๊ป กุงเกงขาดแคว่ก !!!!
ขาดตรงเป้าลากยาวเฟื้อยเลย.......หมดทางเยียวยา
ตัวโปรดด้วยอ่า.......ใส่มานานมาก ชอบ เพราะใส่สบายสุดๆ.......ชายขาขาดก็ยังขอใส่.......คาดว่า ที่ขาดก็คงเพราะเก่าจนเปื่อยน่ะแหละ......แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาขาดในช่วงเวลาที่อะไรๆ ก็เจ๊ง.........ที่สำคัญ ใส่เดินไปเดินมาตั้งนานไม่เป็นไร.......มาขาดตอนนั่งใน “ซวยโซน” นี่จนได้......ตอกย้ำสุดๆ Y_Y
ตอนนี้........เราเลยต้องระมัดระวังตัวในเวลาอยู่ “ซวยโซน” เป็นพิเศษ........ต่อไปอะไรจะเจ๊งอีกน้า ????
สาธุ๊........อย่ามีอะไรเจ๊งอีกเลย หนูจะหมดตัวแล้วค่า (-/!\-)
7 comments:
ได้ฟังราคารับซื้อทีวีเครื่องเล็กแล้ว ก็นะ ... ยอมเอาไปซ่อม แล้วกลับมาดูต่อดีกว่า
ทำใจไม่ได้ด้วยคน ...
ว่าแต่ .. มาเดากันดีกว่า ว่าของชิ้นต่อไปที่จะต้องซ่อมถัดจากกุงเกง จะเป็นอะไร ฮี่ๆๆ
ไอ้ที่เขย่าๆ สะกิดๆเนี่ย มีจุดประสงค์อื่นรึเปล่า
แล้วถ้า บรรลุจุดประสงค์....
คุณกี้ก็คงไม่เรียกว่า ซวย หรอกเนอะ
คริ คริ
ต้องกลายเป็น DJ จำเป็นไปซะงั้น
แปลกนะค่ะ ตอนนอนต้องมีเสียงอะไรเป็นเพือนด้วย
เป็นพรีม
ต้องตายกันไปคนละข้างล่ะค่ะ
เสียงอะไรรบกวน ทรมานตายยยยยย
Y^Y
อย่างพรีมต้องเงียบสงัด และมืดสนิทเท่านั้น ค่ะ
ถึงจะหลับสบาย
^^
ซวยโซน ... ของเค้าแรงจริงๆ
จะคอยดูว่าอะไรจะโดนอาธรรพ์ซวยโซนอีก
คิก คิก
แล้วคืนนี้จะมีอะไรอีกค่ะเนี่ย 5555
ส่วนเราพอหัวถึงหมอน ก็หลับสนิท จิตสงบแล้วล่ะค่ะ
ดีนะคะเนี่ยที่ได้ทีวีกลับมาแล้ว
โชคดีที่นกหลับง่าย ถ้าขืนงอแงแบบคุณผึ้ง สงสัยมีตีกันกลางดึกแน่ๆ ค่ะ
นี่ถ้านกมีอาการเหมือนคุณผึ้งเนี่ย นกโดนแม่ (ตั๊ก) ตบตาหลุดแน่นอน 555
big_birdy
Post a Comment