ทีแรกกะว่าจะพาไปนั่ง “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” เพราะว่ามีน้ำดื่มอร่อยๆ อาหารใช้ได้ (แม้จะแพงไปนี้ดดด) แล้วก็มีดนตรีให้ฟัง มีโชว์ให้ดู.......กะว่าที่เนเธอร์แลนด์คงไม่มีโชว์แบบนี้แน่ๆ......แล้วก็จองโต๊ะไว้แล้วด้วยค่ะ (เพราะที่นี่คนแน่นมากกกก)
แต่พอเอาเข้าจริงๆ สรบอกว่าเพื่อนเพิ่งมาถึง แล้วพอมาถึงก็ทำงานเลย อาจจะลุกไม่ไหว เลยเลื่อนมาทานวันเสาร์แทนดีกว่า ประกอบกับสร request ว่าอยากได้ร้านนั่งแบบสบายๆ เสียงเพลงไม่ดังมาก........สามารถคุยกันได้ง่ายๆ มากกว่า........แต่เรานึกไม่ออกว่าจะไปร้านไหนดี.......เลยยกหน้าที่ให้สรเลือกไปเลยละกัน (ภาษาบ้านๆ เรียกว่า “โบ้ย” นั่นเอง)
แล้วสรก็เลือกร้านนี้ค่ะ.......ร้านเดิมๆ ของเราสองคน ที่ไม่เคยพาเกษกะสรมาซะที...... “ร้านลานผ้า” หรือ “The Fabric” ค่ะ ^^
ตาเหม่งเป็นคนโทรมาจองโต๊ะให้เกษกะสร แต่บอกไปว่า ถ้าไปถึงร้านเร็วเนี่ย.......ชอบมุมไหนก็เลือกนั่งมุมนั้นได้เลยนะ......สรก็เลยเลือกมุมที่จองไว้แหละค่ะ แต่เปลี่ยนโต๊ะมานั่งหน้าๆ หน่อย ^^
คราวนี้เกษพาเพื่อนชาวดัทช์มาด้วยสองคน
คนแรกเราเคยเจอกันแล้ว “Jean Peter” หรือเรียกเป็นภาษาดัทช์ว่า “ยัมเปเตอร์” (เรื่องตัวสะกดกะเสียงอ่าน รอเกษสรกลับมาค่อยแก้ไขนะคะ.ง.....อาจจะเขียนผิด......เหอ เหอ)
คนที่สอง “Miaka” เรียกเป็นภาษาไทยว่า “มิกเกอร์” (คนนี้ออกเสียงถูกแน่นอน แต่สะกดชื่อเค้าถูกมั้ยหว่า????)
ที่โดดเด่นก็คือ วันนี้พวกเราจะฉลอง birthday เล็กๆ ล่วงหน้าให้กะมิกเกอร์ด้วยค่ะ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของมิกเกอร์แล้ว.........ซึ่งครั้งนี้คนที่อาสาทำหน้าที่เตรียมเค้ก คือ เราสองคนค่ะ ^^
และด้วยความที่เพิ่งรู้ในวันนัดว่าจะฉลองวันเกิดด้วย เราเลยไม่มีโอกาสได้สั่งเค้กก่อนค่ะ.......ต้องไปหาซื้อเอา ซึ่งก็หาไม่ยากค่ะ เพียงแต่ได้เค้กก้อนเล็กหน่อยแค่นั้น เพราะถ้าเป็นก้อนใหญ่ต้องสั่งล่วงหน้าวันนึง
เราสองคนไปถึงช้ากว่าชาวดัทช์เล็กน้อยค่ะ (เล็กน้อยประมาณว่า เค้าสั่งอาหารไปแล้ว 2 จานอ่ะ.....ไม่เลทเล้ยยยย - -")......พอไปถึง แนะนำตัวกันเรียบร้อย.......สั่งอาหารเพิ่ม แล้วเราก็จาบจ้วงอาหารที่อยู่บนโต๊ะทันทีค่ะ.......อาหารที่นี่รสชาติใช้ได้เหมือนเดิมจริงๆ.......มิกเกอร์ปลื้มมากกก
เราเองก็ปลื้มมิกเกอร์มากเหมือนกัน เพราะมิกเกอร์ดูมีความสุขกับอาหารไทยแบบสุดๆ ทานได้ทุกอย่าง.......แบบว่า บางอย่างเกษไม่ทาน มิกเกอร์ยังทานเลย.......อย่างปูกระตอยทอดกรอบเนี่ย มิกเกอร์ก็ happy มากๆ ทั้งๆ ที่ปกติฝรั่งจะไม่ค่อยทานสัตว์แบบที่เห็นเป็นตัวๆ น่ะค่ะ
ส่วนยัมเปเตอร์นั้นก็ enjoy talking กะตาเหม่งมากๆ......คุยกันไปจิบไฮเนเก้นกันไป......โอ๊ยยย....ความสุขเค้าล่ะ
บนโต๊ะก็เลยมีสามภาษา คือ ไทย อังกฤษ และ ดัทช์ค่ะ........คุยกันแบบเวียนหัวมากๆ เพราะบางทีสรก็ลืมหันมาพูดภาษาดัทช์กะเรา........55555
พวกเราสั่งอาหารเพิ่มมาอีกหลายอย่างค่ะ.......เราชอบทานขาหมูเยอรมันมาก คิดว่า คนอื่นคงชอบด้วย......แต่ปรากฎว่า มิกเกอร์ไม่ทานหมู....ว้า (_ _)
แล้วก็เลยมี topic ในการพูดเรื่อง “ขาหมูเยอรมัน” เนี่ยแหละค่ะ เพราะชาวดัทช์เนี่ย อยู่ใกล้เยอรมันมาก.......ไปเที่ยวเยอรมันกันมาหมดแล้ว (เหลือแค่เรากะตาเหม่งที่ยังไม่เคยไป).........พวกเค้ายืนยันว่าไม่เห็นเคยได้หม่ำขาหมูที่เยอรมันเลยอ่ะ.......ไปเยอรมันทีไร ก็ทานแต่ไส้กรอก........เลยเป็นที่สงสัยกันว่า แล้วไอ้ขาหมูเนี่ย ทำไมต้องเป็นขาหมูเยอรมันด้วย ?????
เราก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คิดว่าที่เยอรมันมีขาหมูแบบนี้มาตลอดเลยนะเนี่ย......แหะ แหะ (-_-")
นอกจากนั้น........ขาหมูก็มาตอนจะอิ่มๆ กันแล้วอีกตังหาก เลยเหลือเลย.......เค้าขอโต๊ดดดดดน้า
ก็เลยได้เก็บอาหารที่เหลือๆ มาให้มาเฟียค่ะ......แบบว่า มาเฟียต้องอิ่มหนำแน่ๆ เพราะมีทั้งขาหมู มีทั้งกุ้ง.......เพียบบบบ !!!!
พอพวกเราอิ่มแน่นตึง ก็ได้เวลาของเค้กแล้วค่า ^^
เราแอบบอกน้องพนักงานให้นำเค้กมาเสริฟได้แล้ว........แต่ไม่ต้องร้องเพลง happy birthday นะ เพราะเกษด้วยมิกเกอร์เขินค่ะ.........พอบอกไปเรียบร้อย ก็นั่งรอเค้กกัน......แบบว่ามีแค่มิกเกอร์เท่านั้นที่ไม่รู้ว่ามีเค้กมาสะใภ้ (ซึ่งก็แหงล่ะค่ะ จริงมะ ^^)
แต่รออยู่นานใช้ได้ เค้กก็ยังไม่มาซะที........เกษเริ่มนั่งไม่ติดเลยค่ะ เพราะอยากไปฉิ้งฉ่องแล้วอ่ะ.......55555
เราเลยบอกว่าให้ตาเหม่งเดินไปห้องน้ำกะเกษค่ะ แล้วก็แวะบอกไปเลยว่าอย่าเพิ่งเอาเค้กมาเสริฟตอนนี้นะ........ให้รอแป๊ปปปนึง พอองค์ครบแล้วค่อยมาเสริฟ
สุดท้าย.......ปรากฎว่าตาเหม่งเป็นคนยกเค้กมาเองค่ะ.......แถมมาจุดเทียนกันตรงใกล้ๆ โต๊ะอีกตังหาก !!!!
แล้วมิกเกอร์ก็คงเห็นละมั้งคะ แต่คงไม่แน่ใจว่าทำอะไรกัน.....หุหุ
พอเค้กมาถึงโต๊ะ พวกเราก็ร้องเพลง happy birthday ให้มิกเกอร์ค่ะ........ดูมิกเกอร์แอบปลื้ม แต่พวกเราปลื้มกว่า ^^
เป่าเค้กเรียบร้อย เพราะลมแรงมาก ไฟดับๆ ติดๆ .....เลยต้องจุดให้เป่าหลายรอบหน่อย
จากนั้นก็แบ่งเค้กกันค่ะ.......อ้อ เค้กเนี่ย ก้อนเล็กนิดเดียวนะคะ แต่ทางร้านเนี่ย เค้าจะให้กามิกาเซกะผลไม้อยู่แล้วถ้ามาฉลองวันเกิดที่นี่ เค้าเลยจัดเค้กใส่จานผลไม้กะกามิกาเซด้วย.........จานเค้กเลยออกมางามอย่างที่เห็น ^^
ส่วนเค้กชอคโกแลตเนี่ยเป็นเค้กร้านโบว์ที่คุณตั๊กแนะนำค่ะ บอกว่าอร่อยคุ้มค่าเกินราคา........ซึ่งเราสั่งมาหลายรอบละ........ถูกใจทุกครั้ง.........อย่างครั้งนี้ก็ถูกใจทุกคนในโต๊ะด้วย..........สรบอกว่า ขนาดนี้กำลังดีค่ะ เพราะพอทานอิ่มๆ แล้ว หม่ำเค้กอีกก้อนเล็กๆ เป็นของหวานเนี่ย มันพอดี๊พอดี..........แล้วก็ตัดแบ่งกันแล้วหมดไปในคราวเดียวด้วย ไม่ต้องเก็บค่ะ ^^
เห็นเพื่อนปลื้ม........เราก็ปลื้มค่ะ.......ขอบคุณคุณตั๊กด้วยที่แนะนำร้านอร่อยๆ ตลอดเวลา...........ขอบคุณนะค้า (-/\-)
อิ่มหนำสำราญเรียบร้อย ก็กลับบ้านกันค่ะ.........ขามา สี่ชาวดัทช์มาเองจากบ้าน.......ขากลับ เราชวนให้กลับด้วยกัน........แล้วเปลี่ยนจากตาเหม่งขับเป็นเราขับ.......เพราะตาเหม่งดื่มๆ เกษอยากให้ “เมาไม่ขับ” !!!!
ได้ข่าวว่า นั่งรถที่เราขับ เกร็งกว่านั่งรถที่ตาเหม่งเมาแล้วขับอีก.........555555
แต่ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพน้า ^^
หมายเหตุ: สรจ๋า รู้มั้ยว่า ขาหมูที่เก็บมาให้มาเฟียนั่น.......ผึ้งเค้าลืมไว้ในรถ กว่าจะเจอก็อีกสามวันถัดมา........เน่าไปเรียบร้อย........มาเฟียอดจ้ะ (_ _)
5 comments:
งานนี้ คนที่น่าเวียนหัวที่สุด น่าจะเป็นสรนะ .. เพราะต้องพูดสลับไปสลับมา 3 ภาษาเลย หุ หุ
เอ จริงๆ น่าจะเป็น 3 Dutch & 3 Thais รึเปล่าคะ ... เพราะคุณสรก็เป็นสาวไทยนี่คะ
ประโยคแรก "เราสองคนนัดกะเกษสรและผองเพื่อน" อ่านผ่านๆ เร็วๆ ... เห็น ชื่อคุณเกษ กับ คุณสร รวมกัน เป็น "เกษร" เลยค่ะ
เรื่องเค้กร้านโบว์ ... ดีใจที่แนะนำไปแล้วชอบค่ะ
^
^ ^
คุณตั๊กขา
กี้นับสรเป็นดัทช์ไปแล้วค่ะ เพราะชีเป็นคนดัทช์ไปเรียบร้อยแล้ว แถมอีกเดือนกว่าๆ ก็จะกลับไปอยู่เนเธอร์แลนด์เป็นการถาวรแล้วด้วยค่ะ
พวกหนีเมืองไทยแบบนี้ ไม่นับรวมเป็นคนไทยค่า
งอน !!!!
นับเป็น 3.5 Dutch & 2.5 Thais ได้ป่าว ๆ
....
ขาหมูเยอรมัน มาพร้อมกุ้งแห้งเยอรมันป่าวอ่ะคุณกี้
ตอนเด็กๆ เคยได้ยินเพลงนึง
"กุ้งแห้งเยอรมันไม่กี่วันจะไปอังกฤษ" เคยได้ยินป่าวน้า
Post a Comment