ที่ขอยืมสามเรื่องนี้ เพราะมีอยู่วันนึง ไปรับตาเหม่งที่สยามตามปกติ........แล้วตาเหม่งดันเลิกงานช้า หรืออะไรซักอย่าง จำไม่ได้ละ........เราก็เลยแวะเข้าร้านหนังสือ (แบบว่า ไม่รู้จะทำอะไร เข้าร้านหนังสือไปเนี่ย สุขสุดๆ) ไปเดินวนเวียนอยู่ในโซนนวนิยายค่ะ.........แล้วก็เล็งไปมา ก็บังเอิญ พบว่ามีนิยายของดวงตะวันที่ยังไม่ได้อ่านขายอยู่สามเรื่อง........พลิกๆ ปกหลังแล้วก็อยากอ่าน แต่ไม่อยากซื้อ !!!!
ที่ไม่อยากซื้อเนี่ย ไม่ใช่เพราะงกอะไรหรอกนะคะ เพราะการซื้อหนังสือเนี่ย ส่วนใหญ่เราควักง่ายค่ะ ไม่ค่อยเสียดายเงิน......แต่ที่ลังเลเพราะทั้งสามเล่มนั้นเป็นแบบหน้าปกรุ่นเก่าค่ะ.......เราเองซื้อนวนิยายของ “ดวงตะวัน” ตามที่คุณตั๊กแนะนำมาตลอด แล้วแต่ละเล่มที่ซื้อเป็นปกรุ่นใหม่หมดเลย........ก็เลยอยากได้หน้าปกแบบรุ่นเดียวกัน........แบบว่า เวลาเรียงที่ชั้นหนังสือแล้วมันสวยกว่าไง.........เลยสองจิตสองใจ.......อยากอ่านก็อยาก......อยากซื้อก็อยาก (อีกนั่นแหละ) แต่ไม่อยากได้หน้าปกรุ่นนี้นี่นา.........ซึ่งถ้าซื้อไป พอเค้าพิมพ์ใหม่ ออกปกรุ่นใหม่มา ก็จะอดใจไม่ไหว ต้องซื้อใหม่อีกแน่ๆ......เพราะคราวนี้เป็นเรื่องของความงกจริงจังแล้วค่ะ เพราะไม่อยากเสียตังค์ซื้อสองครั้ง
คิดไปคิดมา.......เอาไงดีหว่า ????
แล้วระหว่างขอเวลาคิดหน่อยนึงเนี่ย........ก็รีบออกมาจากร้านหนังสือก่อนดีกว่า.......ไม่งั้น ความอยากอ่านอาจเข้าครอบงำ ทำให้เสียตังค์ได้ !!!!
ในที่สุดก็ ปิ๊งป่องงงงง......คิดออกแล้วค้า ^^
เราสรุปได้ว่า จะลองถามคุณตั๊กก่อนว่ามีสามเรื่องนี้มั้ย........ถ้ามีจะขอยืมมาอ่านก่อนค่ะ........แล้วเค้าออกปกใหม่ค่อยซื้อ........แต่ถ้าคุณตั๊กไม่ได้ซื้อไว้ (แต่คงได้อ่านแล้วแน่ๆ เพราะคุณตั๊กเคยบอกอ่านทุกเล่ม แต่อาจจะไม่ได้ซื้อทุกเล่ม แบบว่าเล่มไหนอ่านแล้วไม่ชอบก็อาจจะไม่ได้ซื้อ) ก็จะกรีดนิ้วควักตังค์ออกมาซื้อค่ะ ^^"
พอคิดได้ก็ไม่รอช้า สอบถามคุณตั๊กเลยค่ะ........แต่ด้วยวัยที่ความจำกลายเป็นปลาทองเข้าไปทุกที.........เราเลยจำชื่อเรื่องไม่ได้.......จำได้แต่ชื่อตัวละครจากปกหลัง (ที่อ่านแล้วติดใจนั่นแหละค่ะ.....เหอ เหอ)
วิธีการที่เราบอกคุณตั๊ก คือ เจอนิยายของดวงตะวัน 3 เล่มค่ะ แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว จำได้ว่า เรื่องนึงนางเอกชื่อ เฌอมาลย์ อีกเล่มนางเอกชื่อ โมฬี อีกเล่มมีไข่หวาน ลุงช้าง มดตะนอยค่ะ !!!!
คือ จำได้แค่นี้จริงๆ จากปกหลังค่ะ.......แต่พอคุณตั๊กได้ฟังก็กูรูมาเลย บอกได้ว่า ทั้งสามเล่มชื่อเรื่องว่าไรบ้าง.......และที่สำคัญที่ซู้ดดดด คือ บอกว่า มีในครอบครองทั้งสามเล่มด้วยค่ะ.....เย้ เย้ !!!!
เราเลยขอยืมทั้งสามเล่มเลยค่ะ........แต่แบบว่า ไว้เจอกันมะไหร่ค่อยขอให้หยิบมาให้ก็แล้วกัน
แล้วในวันที่ไปเจอกันที่ Craft Café ก็ขอให้คุณตั๊กหอบหนังสือมาให้ยืมซะเลยยยยย
สามเล่มนี้แหละค่ะ........แก้วตาหวานใจ แผ่นดินหัวใจ และกาลครั้งหนึ่งของหัวใจ
เอ่ออออ......เพิ่งสังเกตว่า มีแต่คำว่า “ใจ” ตอนท้ายแฮะ ^^

เรื่องแรกที่หยิบมาอ่าน “กาลครั้งหนึ่งของหัวใจ”

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสาววัยสามสิบอัพคนนึงที่ไม่เคยมีความรักซะที........จนวันนึงได้เจอว่าหนุ่มกะสาวข้างห้องมีเทวดาอุ้มสมมาดูแลเรื่องความรัก แต่ของตัวเองไม่มี.......แต่ในที่สุด......คุณครูเฌอมาลย์นางเอกก็ดั๊นตกหลุมรักเทวดาอุ้มสมของสาวข้างห้องเข้าให้ !!!
อ่านเรื่องนี้แล้วมีความสุขค่ะ........สอนแง่คิดของความรักกับการใช้ชีวิตได้ดี........แถมสอนให้ทันคนด้วย เพราะอย่างลูกชายเจ้าของโรงเรียนที่มาจีบครูเฌอก็เพียงเพราะไม่อยากโดนหักหน้าแค่นั้น.......ซึ่งในโลกของความเป็นจริง คนแบบนี้มีในโลกนะ......แล้วก็อยู่ที่ว่าเรามองเค้าออกมั้ย เพราะบางทีแค่ภาพสวยๆ มันไม่ได้สวยจริงหรอกเนอะ.......อีกคนที่มีในโลกเหมือนกันและควรระวังก็นักศึกษาสาวที่เป็นแฟนหนุ่มข้างห้อง.......คนนี้ก็เข้ามาด้วยภาพงามๆ เช่นกัน มาเป็นห่วง มาดูแล แต่จริงๆ แล้วก็คือมากอบโกยน่ะแหละค่ะ......เฮ้ออออ
เรื่องแรกเนี่ย ใช้เวลาอ่านไม่นานเลยค่ะ แค่วันสองวันก็จบแล้ว.......อ่านแล้วลุ้นดีเหมือนกัน ^^
เรื่องที่สองคือ “แก้วตาหวานใจ”

เป็นเรื่องราวของคุณลุงช้างที่เลี้ยงหลานตัวน้อยชื่อมดตะนอยมาคนเดียว.........จนวันนึงมีสาวคนนึงชื่อ ไข่หวาน มาอยู่ด้วยที่บ้าน แล้วก็ทำให้บ้านสดใสขึ้น.........แล้วก็เหมือนลุงช้างกะไข่หวานจะรักกัน.......แต่ก็เริ่มมีปัญหา เพราะจริงๆ แล้ว ไข่หวานเป็นอาของมดตะนอยที่จะมาตามหาหลานที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีค่ะ.......ลุงช้างก็เลยเคืองๆ กันไป
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวน่ารักกุ๊กกิ๊กอีกแล้ว........แต่อ่านแล้วก็อดคิดถึงเด็กตัวเล็กๆ ที่บ้านแตกสาแหรกขาดไม่ได้........แบบว่าถึงจะได้ความรักความอบอุ่นจนสุขล้น แต่ก็คงไม่เหมือนมีพ่อกะแม่หรอกเนอะ ^^
ตอนอ่านเรื่องนี้ แอบหงุดหงิดเล็กน้อย........เพราะทางแก้ปัญหาในการหาข้อมูลเนี่ย สมัยนี้ปรึกษากูเกิ้ลนิดเดียวก็หาเจอแล้ว........แต่สมัยที่เขียนเรื่องนี้ ต้องสืบค้นวุ่นวายเลยค่ะ........แบบว่า ตอนอ่านกะตอนเขียนมันคนละสมัยกันแล้วละเนอะ ^^"
เรื่องนี้ใช้เวลานานกว่าเรื่องแรกนิดหน่อย แต่ก็ไม่นานค่ะ........อ้อ เรื่องนี้เคยทำเป็นละครด้วยนะคะ แต่เราไม่เคยดูแฮะ ^^"
เรื่องที่สาม คือ “แผ่นดินหัวใจ”

เป็นเรื่องราวของพัฒนากรสาว ชื่อ โมฬี ที่ไปอยู่บ้านบางส้มเปรี้ยว ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจแย่ๆ ตอนปี 40 ค่ะ แล้วสมัยนั้น ในหลวงก็บอกให้อดทน บอกให้ใช้เศรษฐกิจแบบพอเพียง เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น ก็จะเกิดวิกฤตแบบนี้อีก !!!
พอมาอ่านตอนนี้........ไม่รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปี 40 เลยค่ะ รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเรื่องร่วมสมัยมาก เพราะตอนนี้เศรษฐกิจก็แย่เหมือนตอนโน้นไม่มีผิด........แล้วก็ต้องย้อนกลับมาดูเรื่อง “พอเพียง” กันอีก
จริงๆ ถ้าตอนปี 40 นั่น.......เราค่อยๆ พัฒนา ไม่ก้าวตูมตามแบบที่ผ่านมา เวลาเกิดวิกฤตแบบนี้ อาจจะไม่ลำบากขนาดนี้ก็ได้นะ...........ในหลวงท่านทรงมี vision กว้างไกลจริงๆ เลยค่ะ ^^
อีกเรื่องที่อ่านแล้วคิดได้จากการอ่านเรื่องนี้ คือ คนเราทุกวันนี้เป็นลูกจ้างกันหมดเลย.......จะใช้ จะกินอะไรก็ต้องใช้เงินไปหาซื้อ คนเลยต้องเข้าเมืองกรุงทำงาน ทำงาน และทำงาน เพื่อหาเงินเนี่ยแหละค่ะไปซื้อของ.........แล้วถ้าต้องตกงานขึ้นมา คราวนี้ ก็ไม่มีกินแล้วค่ะ เพราะไม่มีเงิน......ในขณะเดียวกัน ถ้าเราอยู่ต่างจังหวัด เรามีที่ดินทำกินก็ปลูกโน่นนี่นั่นได้.......ยังไงก็ไม่อดตายถ้าขยันอ่ะ.......อ่านแล้วแบบปิ๊งเห็นสัจธรรมเลยค่ะ
เรื่องนี้ ใช้เวลาอ่านนานมาก เพราะอ่านได้วันละนิดละหน่อยแค่นั้นเอง.......แต่อ่านแล้วได้แง่คิดดีๆ เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้เลยค่ะ ^^
อ่านจบ 3 เล่ม จากที่คิดว่า น่าจะใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียวก็คงอ่านหมด......กลายเป็นว่า ใช้เวลาอ่านตั้ง 2 อาทิตย์กว่าๆ แน่ค่ะ........เพราะกว่าจะได้หยิบเล่ม 3 มาอ่าน ก็พักซะหลายวันเลยเชียว
ตอนนี้ก็ได้แต่รอค่ะ ว่ามะไหร่ 3 เล่มนี้จะออกปกใหม่ซะที.........จะได้ซื้อมาเก็บไว้เป็น collection
คุณตั๊กขา.......ขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ให้ยืมหนังสือมาอ่าน ตอนนี้อ่านจบหมดแล้วค่ะ........ป๊ะหน้ากันเมื่อไหร่ จะเอาไปคืนนะคะ (-/\-)
5 comments:
อย่าลืม หาที่เก็บหนังสือที่เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ
ตอนนี้ก็เปิดเป็นห้องสมุดย่อมๆ ได้แล้ว ^__^
แสดงว่าต้องเป็นคนชอบอ่านนิยานม๊ากเลยใช่ม่ะค่ะคุงกี้
เค้าว่าคนอ่านนิยายงะ เป็นสาวเรียบร้อยนะค่ะ ^^
sอยากอ่านเรื่องสุดท้ายจังค่ะ
เผื่อจะได้ไอเดียดีๆ มาปรับใช้บ้าง
เบื่อเป็นมนุษย์เงินเดือนล๊ะ ^^
^^
แนทก็เป็นแฟนของดวงตะวันเหมือนกันค่ะ
แต่ตกหายไปเป็นบางเล่ม
ว่าจะรวบรวมให้หมดทั้งชุดเหมือนกัน
แล้วพี่กี้ร์ได้อ่านเล่มใหม่ยังคะ
สนุกดี เขียนแหวกแนวไปเลยอะ
กลับมาดูหนังสือในตู้ ยังมีอีกหลายเล่มที่คุณกี้น่าจะยังไม่ได้อ่านค่ะ
เพราะปกจากสำนักพิมพ์เก่ามีเพียบบบบบบ ค่ะ ... ไว้เจอกันคราวหน้าจะขนไปให้นะคะ
Post a Comment