วันนี้ฉลองเดือนที่ 27 ของเราสองคนไกลหน่อยค่า ^^วันนี้ตื่นแต่เช้า.....ตื่นปุ๊ปก็ surf เนตปั๊ป......เดือนนี้เราตกลงกันว่าจะไปฉลองโดยการเที่ยว “ทุ่งทานตะวัน” แล้วก็หาไรทานกันสบายๆ ค่า.......ดูง่ายเนอะ......แต่จริงๆ มันยากตรงที่ว่า เราจะไปดู “ทุ่งทานตะวัน” กันที่ไหนดีน๊า ????ลองอ่านโน่นนี่ดูก็พบว่าน่าจะไปแถวๆ สระบุรี หรือลพบุรีแหละค่ะ.......แต่ไปที่ไหนดีละเนี่ย ?????
ปรึกษาน้องชาย.....พี่แกเลยบอกว่าให้ไปทาง “ไร่ปภัสรา” .....ทางไปแถวๆ นั้น จะมี “ทุ่งทานตะวัน” อยู่ แล้วก็จะผ่าน “อุโมงค์ต้นไม้” จนไปเที่ยว “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” ได้เลยด้วย.....เอออ......มีคนช่วยบอกทางแบบนี้ เพราะงั้น ไปแบบที่ว่านี่แหละค่ะ......ง่ายดี ^^อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย โดยเลือกใส่เสื้อสีชมพูที่ซื้อมาเหมือนๆ ตาเหม่งตอนไปเดินเล่นแถวสะพานพุทธมาใส่......ตาเหม่งเห็นก็ถามว่า เค้าต้องใส่เหมือนกันด้วยรึเปล่า เลยบอกไปว่า ไม่ต้อง.....แค่ซื้อมาใหม่ เลยอยากใส่ตัวนี้เท่านั้นเอง ไม่ได้คิดว่าต้องใส่เหมือนๆ กัน.......แต่ตาเหม่งเล็งไปมา เห็นเรากางเสื้อตัวของตาเหม่งไว้ เพราะกลัวยับ แต่ตาเหม่งคิดว่าเราเตรียมไว้ให้......เลยหยิบมาใส่ด้วย เพราะกลัวเราเสียใจ.......กลายเป็นว่า เราสองคนได้ใส่เสื้อทีมในวันครบรอบ 27 เดือนไปซะเลย ^^ออกเดินทางไปทางมอเตอร์เวย์ บางปะอินเหมือนเคย.......พอเข้าสระบุรีไปนี้ดเดียวก็เจอกะ “ทุ่งทานตะวัน” แล้วค่ะ......ทุ่งใหญ่พอสมควร แต่ดอกทานตะวันที่นี่ดอกใหญ่มากกกกก
ตาเหม่งถามว่าจะลงตรงนี้เลยใหม่........เรารีบบอกว่า.....ลงค่า ลง เอาตรงนี้แหละ.......สวยดีว่าแล้วก็เลยลงไปถ่ายรูปกัน.......ตอนไปถึงเจอเด็กนักเรียนเพียบค่ะ.......มีรถบัสอยู่ 5-6 คัน........เสียงเด็กเจี๊ยวจ๊าวเลย คาดว่า ครูคงพากลับจากค่ายแล้วมาแวะให้ถ่ายรูปที่นี่อ่ะค่ะ........แต่ซักพัก เด็กๆ ก็ขึ้นรถจากไป.......เลยมีคนมาชื่นชม “ทุ่งทานตะวัน” แบบบางตา........เราสองคนเลยได้ถ่ายรูปกันเพียบ !!!!
ฮูเร่.......ชอบดอกทานตะวันจริงจริ๊ง !!!!
ออกจาก “ทุ่งทานตะวัน” ภารกิจของเราก็เสร็จสิ้นลง เพราะเรากะว่าอยากจะมาเที่ยวทุ่งทานตะวันจริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะอยากไปที่ไหนต่ออีก........ประมาณว่า ได้ดูทุ่งทานตะวันก็พอแล้ว......ที่เหลือจะไปไหนก็ได้ ^^และเพราะไม่ได้แพลนเอาไว้........เราสองคนเลยมุ่งหน้าไป “ไร่ปภัสรา” ต่อก็แล้วกัน......ระหว่างทางผ่าน “ไร่องุ่นคุณมาลี” ก็เลยเข้าไปเยี่ยมชมซะหน่อย เพราะในหนังสือแผนที่บอกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนกัน......เข้าไปถึงก็แวะซื้อพายองุ่นมาชิมชิ้นนึง (ขอบอกว่า ไม่ถูกใจเลยค่ะ แป้งเยอะๆ ไม่รู้สึกถึงองุ่นเล๊ยยยย) แล้วก็ถามเจ้าหน้าที่ว่ามีอะไรให้ชมบ้าง.......เค้าบอกว่ามีต้นองุ่นให้ดูอยู่นิดหน่อย เลยเดินเข้าไปดูกัน........ก็เลยเห็นแปลงโชว์ตัวองุ่นเล็กๆ อยู่ด้านซ้ายมือ คล้ายๆ ว่าปลูกขึ้นมาให้คนถ่ายรูปกะองุ่นอะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ เลยเข้าไปถ่ายรูปซะเลย
เดินลึกเข้าไปอีกนิด เป็นกรงกวางดาวค่ะ.......หน้าตาบ่องแบ๊วมากกกกก
เราสองคนเยี่ยมชมที่นี่ไม่นานค่ะ เพราะดูไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่......คาดว่า เสาร์อาทิตย์คงไม่คนเยอะกว่านี้ละมั้ง.....นี่มาวันธรรมดา เลยเฉยๆ อ่ะค่ะ.....แหะ แหะพอพ้นจากไร่องุ่น......ก็มุ่งหน้าต่อไปยัง “ไร่ปภัสรา”.......ระหว่างเห็นป้ายเขียนว่า “อุโมงค์ต้นไม้”......เลยมองหากัน.......แต่ก็......ไม่เห็น.......คือ เห็นต้นไม้โค้งๆ เหมือนจะสามารถเป็นอุโมงค์ได้เหมือนกัน......แต่ก็หรอมแหรมเต็มที่.....เลยไม่ได้จอดรถถ่าย แต่เราโผล่หัวจากรถไปถ่ายแทน.......ได้มาประมาณนี้ล่ะค่ะ......ใช่อุโมงค์ต้นไม้รึเปล่าก็ไม่รู้ ดูไม่เหมือนเล๊ยยยยย !!!!
ในที่สุด......หลังจากหลงทางกันพอหอมปากหอมคอ.......ก็มาถึง “ไร่ปภัสรา” ค่ะ
จริงๆ ระหว่างทางมาไร่ จนถึงตรงทางเข้าไร่ก็มี “ทุ่งทานตะวัน” อยู่ตามทางเรื่อยๆ นะคะ......แต่มีแบบเหี่ยวไปแล้วบ้าง หรือถ้ายังไม่เหี่ยวก็ดอกไม่ใหญ่เท่าตรงที่แวะตอนแรก........เลยรู้สึกว่า ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่แวะตั้งแต่ทุ่งแรกที่เจออ่ะค่ะ ไม่งั้นคงเสียดายแย่เลย
เข้ามาในไร่ ก็ป๊ะเอากะร้านอาหารชื่อ “Mr. A” ก่อนเลยค่ะ.......เราไปเล็งเมนูแล้วก็เฉยๆ.......เพราะเป็นสเต็กกะอาหารไทยธรรมดาๆ........เราไม่แน่ใจว่า ถ้าหม่ำสเต็กตรงนี้เนื้อจะดีรึเปล่า เลยไม่อยากลอง ส่วนเมนูอื่นก็เฉยๆ.......ตาเหม่งเลยเดินไปซื้อน้ำองุ่นมาชิมแก้วนึง......รสชาติก็โอเคค่ะ แต่ราคาแก้วละ 35 บาทเนี่ย แพงใช้ได้เหมือนกันนะ

แล้วก็เห็นพายองุ่นเหมือนกันค่ะ......ท่าทางน่ากิน......แต่เข็ดจากร้านที่แล้ว เลยไม่เอาดีก่า......ไม่อยากผิดหวังค่ะ......แต่ถ้าใครได้มาลองแล้วอร่อยก็บอกกันได้นะคะ เพราะเห็นคนมาซื้อเยอะเหมือนกัน.....แต่ก็อีกแหละค่ะ.....ตอนเราซื้อร้านที่แล้วคนก็มาซื้อหลายกล่องเหมือนกัน ก็คงอร่อยนะคะ แต่คงไม่ถูกใจเราสองคนมากกว่า ^^"
พอได้น้ำองุ่นแล้ว......เลยไปนั่งเล่นแถวๆ นั้น.......เพื่อลองคิดๆ กันว่าจะไปทำอะไรต่อดี

นั่งเล่นได้ซักแป๊ป.......ตาเหม่งก็พูดขึ้นมาว่า ตรงป้ายหน้าร้านเขียนว่า มีเมนูขาหมูเยอรมันกะลีโอ 1 เหยือก ราคา 199 บาทเองล่ะ........เราได้ฟังก็เออ น่าสนใจแฮะ........ไหนๆ ก็เลยมื้อเที่ยงมาตั้งนานแล้ว.......ลองชิมที่นี่ก็ได้.....บรรยากาศก็ดูร่มรื่นดี......แล้วก็มีคนมาทานที่นี่หลายโต๊ะเหมือนกัน.....น่าจะใช้ได้ละมั้ง
หาโต๊ะนั่งเรียบร้อยก็เลยถามถึงเมนูขาหมูเยอรมัน ได้คำตอบว่าราคา 199 บาทนั่น จะได้ขาหมูครึ่งขา กับลีโอเหยือกเล็กๆ........เราสองคนเลยถูกใจ เพราะถ้าได้มาทั้งขาคงทานไม่หมด ได้ครึ่งขาเนี่ยกำลังดี แล้วก็ไม่ได้อยากดื่มลีโอตอนบ่ายๆ เยอะๆ ด้วย ตาเหม่งต้องขับรถอีกอ่ะ......แบบนี้แหละ กำลังเหมาะ.....เลยจัดไป 1 ชุด
แต่ระหว่างสั่งก็มีเรื่องให้เสียอารมณ์นิดหน่อย เพราะน้องพนักงานคนแรกที่มารับออเดอร์พูดจาเสียงแข็งมาก เหมือนจะดูถูกมั้ยว่ากินอาหารโปรโมชั่นราคา 199 บาทน่ะ.......คือ ไม่ทราบว่าน้องจะกินลูกค้าเหรอค้า......ฟังแล้วเซ็งโคตร........เราเลยขี้เกียจคุยอะไรกะน้องคนนี้อีก......เดี๋ยววันดีๆ ของเราสองคนจะเสียบรรยากาศ เพราะเด็กไม่รู้จักกาละเทศะคนนึง
พอน้องคนเดิมจากไป......เราเลยถามน้องพนักงานอีกคน (ที่ดูหน้าตายิ้มแย้มกว่ากันมากกกก) ว่า มีเมนูแนะนำอะไรอีกคะ......น้องเค้าแนะนำเป็น “สเต็กเนื้อนกกระจอกเทศ” บอกว่า ที่นี่ดังเมนูนี้ค่ะ.........เราสองคนเลยสั่งมาลองชิมอีกจาน.....ไม่อยากบอกว่า สั่งแค่สองอย่างเนี่ย ราคาก็เหมือนบ้านที่มาทั้งครอบครัวแต่สั่งข้าวผัดกะอาหารธรรมดาๆ นะคะ.....เกลียดอินังน้องคนแรกจัง.....ถ้าคุณกบ ปภัสรา ได้มาอ่านนะ.....จัดการพนักงานด่วน.....โกดดดด !!!!!
ได้อาหารมา 2 อย่างเรียบร้อย พร้อมกะการเอาใจใส่กะน้องที่ไม่ใช่คนแรก.......อารมณ์เริ่มดีขึ้นค่ะ.....แล้วอาหารก็อร่อยดี.......ขาหมูอร่อย แม้จะไม่ร้อน เหมือนจะไม่ได้ทำใหม่ๆ แต่ปริมาณกำลังดีมาก เพราะพอเป็นแค่ครึ่งขาเนี่ย ทานกันได้หมดเกลี้ยงค่ะ (จากที่ปกติไม่ว่าจะสั่งร้านไหน อร่อยแค่ไหน ก็จะเหลือทุกที)......ส่วนสเต็กเนื้อนกกระจอกเทศเนี่ย อร่อยเลยล่ะค่ะ ไม่คาวเลย......ทานกันหมด ไม่เหลือเลย ^^

พอทานกันอิ่มหมีพีมันแล้ว.....เราสองคนก็ขับเข้าไปเยี่ยมชมในไร่ค่ะ......ที่นี่องุ่นสวยงามกว่าที่แรกเยอะเลย.....ลูกโต๊โต......แล้วก็เดินไปดูฟาร์มนกกระจอกเทศ.......เห็นนกเดินแล้วขำดีค่ะ......แต่ที่ขำกว่า คือ เห็นนกตัวนึงเกเรมาก เที่ยวพาลวิ่งไร่นกอีกตัวรอบฟาร์มเลย......แล้วพอไล่เสร็จมาเจออีกตัว ก็ไล่ตัวถัดไปอีก.......พาลจริงๆ ^^"

ออกจากไร่ปภัสรา.......ก็จะไปที่ Primo Posto ต่อค่ะ......เห็นตอนนี้กะลังฮิต.....ไม่อยากตกเทรนน่ะ.....555555
ระหว่างทางเจอต้นไม้โค้งๆ เหมือน “อุโมงค์ต้นไม้” อีกแล้ว......เลยโผล่ออกไปถ่ายรูปอีก.......แต่คราวนี้ลมเย็นมาก เลยโผล่หัวออกไปโต้ลมเล่นๆ ซะเลย......ชอบบบบบบบบ ^^
แต่......หลังจากที่เริงร่าได้ไม่นาน......ก็เริ่มมีเรื่องเครียดๆ ค่ะ เพราะเราหาทางไปร้าน Primo Posto ไม่ได้.....โทรไปหาที่ร้านก็ไม่มีคนรับสาย (แต่ตอนที่โทรไปตอนเที่ยงๆ มีคนรับนะ).......ตาเหม่งก็เริ่มหงุดหงิด......เราก็เซ็ง (เพราะตาเหม่งหงุดหงิด) ไม่รู้จะทำไงดี เลยโทหา “นางฟ้าพัช” ค่ะ........ให้พัชหาทางไปร้านให้หน่อย ซึ่งนู๋พัชก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดีจนหาทางไปร้านได้......ขอบคุณนู๋พัชนะค้า ^^
ทางเข้าร้านตามที่นู๋พัชบอกคือ พอเห็น กม.144 ก็ให้กลับรถแล้วเลี้ยวเข้าซอยที่หน้าปากซอยเป็น Dairy Home ค่ะ.......แล้วตรงเข้าไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอร้านเอง.......ซึ่งเราสองคนก็ทำตามนั้น แต่ระยะทางจากปากซอยไปถึงร้านก็ไกลมมากกกกกกกกกกกกกก........แต่ที่แย่คือ เป็นถึงร้านดังแท้ๆ แต่ไม่มีป้ายบอกทางไปร้านเลยค่ะ.......เราสองคนขับรถไปแบบ......เฮ้อออ มาถูกทางมั้ยเนี่ยตรู (_ _)
กว่าไปถึงร้านก็เย็นมากแล้วล่ะค่ะ.......แล้วพอถึงร้านก็มีเรื่อง surprise อีก เพราะพบว่า เดี๋ยวนี้การเข้าไปในร้านมีการเก็บค่าเข้าด้วย ซึ่งก็ไม่แพงหรอกค่ะ คนละ 55 บาทแค่นั้นเอง แล้วก็สามารถเอาค่าเข้านั่นน่ะไปใช้ซื้อของได้.......แต่เราว่ามันก็ทะแม่งๆ อยู่ดี เพราะมันเป็นแค่ร้านอาหาร ร้านกาแฟน่ะ แล้วต้องจ่ายเงินค่าเข้าเนี่ย....มันตะขิดตะขวงใจยังไงพิกล เพราะเหมือนกับว่า ถ้าอยากเข้ามาก็ต้องจ่ายเงินนะจ๊ะ ถ้าจะแค่เข้ามาถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ยอมนะค้า.....ต้องเงินมาเท่านั้น ถึงได้ถ่ายรูปชั้นนะ ถ้าไม่มีเงินก็อย่าแหยมเข้ามาน๊า
จริงๆ เราสองคงรู้สึกไปเองแหละค่ะว่ามันแปลกๆ คนอื่นๆ คงไม่คิดแบบนี้.....แต่เพราะเราคิดอีกแง่ว่า คนที่เข้าไปแล้วถ่ายรูปเฉยๆ เนี่ย......เค้าได้รูปสวยๆ มา คนก็ต้องถามว่า ถ่ายที่ไหน พอบอกชื่อร้าน คนก็ตามมาเป็นพรวน ร้านก็ดังขึ้น ของก็ขายง่ายขึ้น.....อย่างเราสองคนเองที่มาร้านนี้ก็เพราะเป็นร้านดังเนี่ยแหละค่ะ.....ซึ่งถ้าไม่มีคนถ่ายรูปมาลงเนตกันเยอะๆ เราคงไม่รู้จัก ไม่คิดอยากจะไป เพราะไม่ใช่ทางผ่านน่ะ ต้องดั้นด้นมาอ่ะนะ.......เพราะงั้น พอต้องจ่ายค่าเข้าไปดูตึก ไปกินกาแฟ เลยรู้สึกแปลกมากกกกกกกก
แต่เราสองคนก็ยอมจ่ายเงินเข้าไปนะคะ เพราะว่า ก็มาถึงแล้วนี่ อยากรู้ว่ามันมีอะไรพิเศษนักหรือ......ซึ่งจริงๆ ถ้ารู้ก่อนว่าต้องเสียค่าเข้า (แม้จะเอาไปซื้อของอะไรข้างในได้ก็ตาม) คงไม่ดั้นด้นหาทางเข้าร้านนี้ไปหรอกค่า....จริงๆ นะ ^^
เข้าไปแล้วก็สวยดีจริงๆ แหละ......บรรยากาศร้านก็ดี......ตัวเจ้าหน้าที่เฉยๆ ไม่ดุร้าย แต่ก็ไม่ได้ friendly อะไร......ส่วนกาแฟและขนมก็เฉยๆ อีกนั่นล่ะ......คือ เราว่า ถ้าร้านไม่สวยคงไม่มีใครดั้นด้นมากินกาแฟที่นี่เด็ดๆ
ก็บางทีเรารู้สึกว่า อาหารอร่อยกว่าปกติเพราะบรรยากาศดี ได้รับบริการที่ดีไงคะ แต่กะที่นี่.......มันกลับแบบตื้นตันตั้งแต่ตอนจ่ายเงินค่าเข้าละ.......เลยมองและรู้สึกอะไรอย่างเป็นกลาง ทุกอย่างดูเฉยๆ ไปหมด......แบบว่าไม่ได้ “อิน” ค่า.....55555555
อยากดูรูปที่ร้านนี้กันมั้ยคะ......จริงๆ แล้ว.....ก็ถ่ายมานิดหน่อยค่ะ.......เราเป็นคนถ่ายเองแหละ เพราะตาเหม่งเคืองจนไม่หยิบกล้องขึ้นมาเลย......แต่......ไม่เอาลงดีก่า......ไม่อยากจ่ายเงินค่าเข้าแล้วก็มาลงรูปโฆษณาให้อีก......ไม่ปลื้มค่ะ ^^
ออกจากร้าน.......เราสองคนก็เล็งว่า จะทานอะไรฉลองเดือนที่ 27 ดีน๊า.......จะเข้ามาในกรุงก็คงถึงดึกไป......จะทานร้านนั้นก็ไม่อยากอุดหนุนซะแล้ว.....คิคิ
จะว่าไป......ร้านเค้าออกจะดัง แค่เราสองคนไม่อุดหนุน ร้านเค้าก็ไม่เป็นไรหร็อกกกก มีลูกค้าอยากเข้ามากมาย จริงมั้ยคะ ????
ระหว่างเดินทางวกวนในซอยนั้น........เราก็ผ่านร้านๆ นึงที่เล็งมาตั้งแต่เข้ามาว่า ร้านนี้มุมดีเหมือนกันนะ.......เลยตกลงกันว่า......งั้นเดือนนี้ฉลองกันที่ร้านนี้ดีก่า......ร้านนี้ชื่อ “Terano” ค่ะ
ต้นไม้ต้นใหญ่หน้าร้าน......มองให้สวยก็ได้ มองให้น่ากลัวก็ได้.....แต่เราสองคนมองแล้วกลัวมากกว่าสวยค่ะ......แหะ แหะ

จริงๆ ถ้ามาตอนมีแสง คงจะวิวดีมากๆ เหมือนกัน แต่เราสองคนมาตอนมืดแล้ว เลยมืดๆ ไปหน่อย.......แต่ไหนๆ ก็มาแถวนี้แล้วอ่ะ......ยังไงๆ ก็ต้องอยากนั่งตรง outdoor ล่ะค่ะ......อากาศเย็นมากกกก ^^
ร้านนี้ตกแต่งน่ารักดีนะคะ.......ดูเนี้ยบๆ หน่อย.......แล้วพนักงานเสริฟก็สุภาพมากค่ะ
เนื่องด้วยยังอิ่มจากมื้อกลางวันที่เพิ่งทานไปตอนบ่ายสองกว่าๆ......เราเลยไม่อยากทานอะไรหนักๆ......เราเลยสั่งเมนูง่ายๆ สามอย่างค่ะ.....ซุบเห็ด สปาเก็ตตี้คาโบนารา แล้วก็ ไส้กรอกรวม......แล้วตาเหม่งก็สั่งลีโอนอกมาดื่มๆ ให้ยิ่งหนาวขึ้นไปอีก
อาหารโดยรวมๆ อร่อยดีค่ะ.......ดีกว่าที่หวังไว้เยอะเลย.......มีคาโบนาร่าที่ไม่ข้นถูกใจเท่านั้นเอง.....แต่รสชาติก็โอเคนะคะ
เราสองคนนั่งละเลียดอาหารไป คุยกันไปแบบสบายๆ ค่ะ เพราะอากาศเย็นดีจริงๆ......เรียกได้ว่า หนาวกว่าปายอีกอ่ะ........ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเจออากาศแบบนี้ที่นี่........ชอบบบบ จังเล๊ยยยยย
นั่งคุยกันไปจนเกือบๆ สามทุ่ม ก็เลยกลับดีกว่าค่ะ.......เพราะยังคงต้องขับรถกลับบ้านอีกไกล.......กลับดึกมาก คงไม่ดีค่ะ
ขากลับออกจากซอย........เราเปิดกระจกให้ลมเย็นๆ พัดอีกแล้ว.......แต่ไม่กล้าโผล่หัวออกจากรถ.....อากาศบริสุทธิ์จนต้องสูดลมลึกๆ ล้างปอดซะหน่อย.........เย็นสบายดีจัง
พอเข้าสู่ถนนใหญ่.......ก็ได้เวลาปิดกระจก เปิดแอร์.......แล้วเราก็ง่วงงุนหลับไป ปล่อยให้ตาเหม่งขับรถโดดเดี่ยวจนมาถึงบ้านค่ะ.......สบายเน๊าะ ^^
วันครบรอบเดือนนี้ เราสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันเลยค่ะ......เรียกได้ว่าตั้งแต่ลืมตาตอนเช้า จนหลับตาตอนกลางคืนเลย.......มีความสุขจริงจริ๊งงงงง ^^
ผึ้งขา.......ขอบคุณนะคะ ที่ตามใจพาเค้าไปดู “ทุ่งทานตะวัน” และที่สำคัญ คือ ขอบคุณมาก ที่อยู่ข้างๆ กันมา 27 เดือนแล้วค่ะ....จุ๊บจุ๊บ ผึ้งน๊า